หลังสูตร CARE ประกันสังคมไทยยังต้องปฏิรูปอะไร? เพดานค่าจ้าง เงินสมทบ และมาตรฐาน OECD

19 ก.ค. 2569 - 10:15

  • สูตร CARE แก้การคำนวณบำนาญ แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของระบบประกันสังคมไทย

  • เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท อัตราเงินสมทบ และความยั่งยืนของกองทุน ยังเป็นโจทย์สำคัญ

  • ถอดบทเรียนมาตรฐาน OECD กับระบบบำนาญ 3 เสาหลัก ไทยเดินมาถึงจุดไหนแล้ว

หลังสูตร CARE ประกันสังคมไทยยังต้องปฏิรูปอะไร? เพดานค่าจ้าง เงินสมทบ และมาตรฐาน OECD

CARE แค่จุดเริ่มต้น…ไม่ใช่เส้นชัยของประกันสังคมไทย

การเปลี่ยนสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพจาก Final Average Earnings (FAE) เป็น Career Average Revalued Earnings (CARE) อาจเป็นข่าวใหญ่ของผู้ประกันตนในปีนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเงินบำนาญครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

ภาครัฐอธิบายว่า สูตรใหม่จะทำให้การคำนวณเงินบำนาญสะท้อนเงินสมทบตลอดชีวิตการทำงาน มีความเป็นธรรมมากขึ้น และขยับเข้าใกล้แนวปฏิบัติของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD

แต่หากมองลึกลงไป การเปลี่ยนสูตรครั้งนี้อาจเป็นเพียง “จิ๊กซอว์ชิ้นแรก” ของการปฏิรูประบบบำนาญไทย เพราะยังมีโจทย์สำคัญอีกหลายเรื่องที่ยังรอคำตอบ

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “สูตร CARE ดีหรือไม่” แต่คือ “ประเทศไทยพร้อมแล้วหรือยังสำหรับสังคมสูงวัย”

1. CARE เปลี่ยนสูตร...แต่ยังไม่เปลี่ยนโครงสร้าง

สูตร CARE แก้ปัญหาความเป็นธรรมในการคำนวณเงินบำนาญ โดยเปลี่ยนจากการคิดฐานค่าจ้างเฉลี่ยเพียง 60 เดือนสุดท้าย มาเป็นการคำนวณจากรายได้เฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงาน พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้สะท้อนมูลค่าในปัจจุบัน

นี่คือการแก้ปัญหา ‘วิธีคำนวณ’

แต่ระบบบำนาญไม่ได้มีเพียงสูตรคำนวณ หากยังประกอบด้วยโครงสร้างรายรับของกองทุน จำนวนผู้ส่งเงินสมทบ จำนวนผู้รับบำนาญ และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร

พูดอีกอย่างหนึ่งคือ CARE เปลี่ยนกติกา แต่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนทั้งระบบ

2. เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท...ถึงเวลาทบทวนหรือยัง

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง คือ เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม

ในช่วงที่กำหนดเพดานดังกล่าว โครงสร้างค่าจ้างของแรงงานไทยแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก แต่วันนี้แรงงานจำนวนไม่น้อยมีรายได้สูงกว่าเพดานดังกล่าวหลายเท่าตัว

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “15,000 บาท น้อยหรือมาก” แต่คือ เพดานดังกล่าวยังสะท้อนรายได้ของแรงงานไทยในปัจจุบันหรือไม่

หากไม่สะท้อนความเป็นจริง สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับ และรายรับของกองทุน ก็อาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนการดำรงชีวิตและโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม การปรับเพดานค่าจ้างย่อมต้องพิจารณาผลกระทบต่อทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจควบคู่กันไป

3. ความยั่งยืนของกองทุน...โจทย์ที่ใหญ่กว่าสูตร CARE

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนผู้รับบำนาญจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเกิดลดลง ทำให้แรงงานรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ระบบมีแนวโน้มน้อยลง

นั่นหมายความว่า ในอนาคต กองทุนประกันสังคมจะต้องจ่ายเงินให้ผู้เกษียณมากขึ้น ขณะที่ผู้ส่งเงินสมทบอาจเติบโตไม่ทันกับภาระรายจ่าย

นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศต้องทยอยปรับทั้งอัตราเงินสมทบ อายุเกษียณ สิทธิประโยชน์ และรูปแบบการออม เพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้ในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย คำถามเรื่อง การปรับเงินสมทบ จึงอาจเป็นประเด็นที่หลีกเลี่ยงได้ยากในอนาคต แม้จะต้องอาศัยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

4. ไทยเดินตาม OECD...แต่ยังไปไม่ถึงปลายทาง

กระทรวงแรงงานระบุว่า สูตร CARE มีแนวคิดสอดคล้องกับหลายประเทศในกลุ่ม OECD ที่ใช้ฐานรายได้ตลอดชีวิตการทำงานในการคำนวณเงินบำนาญ

แต่หากมองภาพรวม ระบบบำนาญของประเทศสมาชิก OECD ไม่ได้อาศัยเพียงสูตรคำนวณเท่านั้น

หลายประเทศยังมีการปรับเงินบำนาญตามอัตราเงินเฟ้อ การกำหนดเพดานค่าจ้างให้สอดคล้องกับระดับรายได้ การส่งเสริมการออมภาคสมัครใจ และการออกแบบระบบให้รองรับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

กล่าวได้ว่า CARE ทำให้ไทยเริ่มเดินบนเส้นทางเดียวกัน แต่ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรจึงจะไปถึงมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ

5. ระบบบำนาญที่มั่นคง...ไม่ได้พึ่งประกันสังคมเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในหลักการสำคัญของ OECD คือ ระบบบำนาญ 3 เสาหลัก

เสาแรก คือ สวัสดิการพื้นฐานจากภาครัฐ เพื่อคุ้มครองผู้สูงอายุไม่ให้ตกอยู่ในความยากจน

เสาที่สอง คือ ระบบประกันสังคมภาคบังคับ ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติการทำงานและเงินสมทบ

และเสาที่สาม คือ การออมภาคสมัครใจ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนการออมแห่งชาติ RMF หรือการลงทุนระยะยาวรูปแบบอื่น

ประเทศไทยมีองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว แต่การเข้าถึงยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ และการออมเพื่อวัยเกษียณของประชาชนยังอยู่ในระดับที่ต้องส่งเสริมต่อเนื่อง

การปฏิรูปยังไม่จบ ขณะนี้แค่เพิ่งเริ่มต้น

สูตร CARE คือก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบบำนาญไทย เพราะทำให้การคำนวณเงินบำนาญสะท้อนการทำงานตลอดชีวิต และสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกันตนมากขึ้น

แต่การมีระบบบำนาญที่มั่นคง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรคำนวณเพียงอย่างเดียว หากยังต้องอาศัยการปรับโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่ฐานเงินสมทบ ความยั่งยืนของกองทุน การขยายความคุ้มครองแรงงาน และการสร้างวัฒนธรรมการออมเพื่อวัยเกษียณ

CARE จึงไม่ใช่เส้นชัยของประกันสังคมไทย แต่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบที่ใหญ่กว่า

และก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร คงเป็นโจทย์ร่วมของภาครัฐ นายจ้าง ผู้ประกันตน และสังคมไทยทั้งประเทศ ในวันที่ ‘สังคมสูงวัย’ ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์