ตลาดหุ้นโลกถล่ม! รับแรงกระแทก 3 ด้าน สงครามตะวันออกกลาง-วิกฤต AI-ภาษีสหรัฐฯ

24 ก.ค. 2569 - 10:49

  • กลุ่ม Magnificent Seven สหรัฐฯ สูญมูลค่าตลาดเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว ถือเป็นการร่วงครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เมษายน 2025

  • ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 7% กลับไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านและกลุ่มฮูตีปิดล้อมท่าเรือซาอุดีอาระเบีย

  • ตลาดหุ้นโซลร่วงกว่า 3% ขณะที่ Samsung และ SK hynix ดิ่งมากกว่า 7% จากแรงขายในกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์

ตลาดหุ้นโลกถล่ม! รับแรงกระแทก 3 ด้าน สงครามตะวันออกกลาง-วิกฤต AI-ภาษีสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นโลกถูกถล่ม 3 ด้านพร้อมกัน หุ้น AI ดิ่งหนัก น้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์

ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลงแรงเมื่อวันศุกร์ตามรอยการร่วงหนักของวอลล์สตรีท หลังจากตลาดการเงินโลกถูกโจมตีพร้อมกันสามทิศทาง ได้แก่ การบานปลายของสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งกลับเกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังไม่เห็นผลตอบแทนชัดเจน

วิกฤต AI กดดันยักษ์เทคฯ สูญมูลค่า 8 แสนล้านดอลลาร์

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแบกรับแรงกดดันหนักที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม Magnificent Seven ของสหรัฐฯ ซึ่งสูญเสียมูลค่าตลาดรวมเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันเพียงวันเดียว นับเป็นการร่วงครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตภาษีในเดือนเมษายน 2025

Alphabet บริษัทแม่ของ Google ดิ่งลงเกือบ 7% ขณะที่ Tesla ร่วงหนักกว่า 14% หลังนักลงทุนตั้งคำถามต่อแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จำนวนมหาศาล ด้าน Meta, Microsoft และ Amazon ที่เปิดเผยแผนใช้จ่ายรวมกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อเป้าหมาย AI ยังคงรอรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า

แองเจลินา ไล จาก St. James's Place Asia and Middle East ระบุว่า "บริษัทจำนวนน้อยนิดขับเคลื่อนผลตอบแทนส่วนใหญ่ของตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่ต่อไปผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจใดสามารถแปลงการลงทุนเป็นกำไรที่ยั่งยืนได้"

น้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางร้อนระอุ ซ้ำเติมภาวะตลาด

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 7% กลับไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศโต้ตอบกัน พร้อมกับกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ประกาศปิดล้อมท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียต้องระงับการส่งออกน้ำมันทางทะเลแดง เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เตือนว่า "สถานการณ์กำลังหลุดจากการควบคุม"

ตลาดเอเชียร่วงทั่วหน้า โซลและโตเกียวหนักสุด

ตลาดหุ้นโซลร่วงมากกว่า 3% โดย Samsung และ SK hynix ดิ่งกว่า 7% ด้านดัชนีนิกเกอิของโตเกียวปรับตัวลง 2.8% ที่ระดับ 64,568.75 จุด ขณะที่ Kioxia ร่วงเกือบ 10%, Advantest หายไปกว่า 5% และ Tokyo Electron ลดลงเกือบ 7% ตลาดในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ สิงคโปร์ ไทเป และมะนิลาต่างปรับตัวลงเช่นกัน

มาตรการภาษีสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดัน

ปัจจัยลบสุดท้ายคือการที่วอชิงตันประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10-12.5% กับคู่ค้า 60 ประเทศ รวมถึงจีนและอินเดีย โดยอ้างเหตุผลเรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งถือเป็นความพยายามสร้างกำแพงภาษีขึ้นใหม่หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ล้มเลิกมาตรการเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์