บ้านปูเร่งควบรวมสู่ NewCo รับพลังงานยุค AI ดัน EBITDA โต 1.5 เท่า

4 มี.ค. 2569 - 18:37

  • กางโรดแมปควบรวมสู่ BANPU (NewCo) เข้าเทรดไตรมาส 3/2569

  • ปรับพอร์ต 4 ธุรกิจหลัก ลดพึ่งพาถ่านหิน เพิ่มสัดส่วนพลังงานคาร์บอนต่ำ

  • ตั้งเป้า EBITDA โตเกิน 1.5 เท่า รายได้ธุรกิจนอนโคลทะลุ 50% ปี 2573

บ้านปูเร่งควบรวมสู่ NewCo รับพลังงานยุค AI ดัน EBITDA โต 1.5 เท่า

BANPU กางแผน NewCo รับคลื่นพลังงานยุค AI
ชู ‘Energy Symphonics’ ปั้น EBITDA โต 1.5 เท่าในปี 2573

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “Powering the Intelligence Era” เดินหน้าควบรวมกิจการสู่ BANPU (NewCo) พร้อมวางโรดแมปเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3 ปี 2569 มุ่งยกระดับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัว รองรับความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงจากเทคโนโลยี AI และ Data Center ทั่วโลก

เปิดเกมโครงสร้างใหม่ เสริมพลัง 4 ธุรกิจหลัก

สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BANPU เผย ภายหลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อ 29 มกราคมที่ผ่านมา บ้านปูเตรียมดำเนินกระบวนการควบบริษัทกับ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้กฎหมายบริษัทมหาชน พร้อมจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วม (Joint Shareholders’ Meeting) ในไตรมาส 2/2569 ก่อนนำบริษัทใหม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 3/2569

banpu-newco-ai-energy-SPACEBAR-Photo01.jpg

โครงสร้างใหม่จะขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก

1) เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)

ธุรกิจเหมืองคือรากฐานดั้งเดิมของบ้านปู และยังคงเป็นแหล่งกระแสเงินสดสำคัญ ในปีที่ผ่านมา บริษัทเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เหมืองถ่านหินในมองโกเลียเป็นปีแรก มียอดขาย 1.62 ล้านตัน พร้อมเดินหน้าโครงการลดต้นทุนในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่เปลี่ยนไปในโครงสร้างใหม่ คือการเติม “เทคโนโลยีและแร่แห่งอนาคต” เข้าไป โดยเริ่มลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้กลุ่มเหมืองไม่ได้เป็นเพียงพลังงานดั้งเดิม แต่เป็นต้นน้ำของพลังงานยุคใหม่ด้วย

2) ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas)

จากเดิมที่บ้านปูมีธุรกิจก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว โครงสร้างใหม่ได้รวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 75% ไว้ภายใต้ BKV Corporation เพื่อสร้างความครบวงจรตั้งแต่การผลิตก๊าซไปจนถึงการผลิตไฟฟ้า

ปี 2568 มียอดขายก๊าซรวม 305 Bcf เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) โดยร่วมทุนกับกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners พัฒนาโครงการ Barnett Zero ที่อัดเก็บคาร์บอนแล้วกว่า 138,280 ตัน และเตรียมเปิดโครงการ Cotton Cove ในครึ่งปีแรก 2569

จุดเชื่อมสำคัญคือ การทำให้ก๊าซธรรมชาติกลายเป็น ‘พลังงานสะพาน’ ที่มั่นคง แต่ปล่อยคาร์บอนต่ำลง รองรับดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ Data Center

3) ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)

เดิมบ้านปูมีธุรกิจไฟฟ้าอยู่แล้วผ่านโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียน แต่ในโครงสร้างใหม่ กลุ่ม Power+ ถูกยกระดับเป็น ‘แพลตฟอร์มไฟฟ้าเต็มรูปแบบ’

บริษัทขยายพลังงานหมุนเวียนในจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ที่มีกำลังการผลิตรวม 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ ภายใต้ BKV Energy ยังคว้ารางวัล “Best Electricity Provider” จากเวที Best of the Best 2025 ของ Houston Chronicle สะท้อนความสามารถในการให้บริการไฟฟ้าที่มีคุณภาพและแข่งขันได้

กลุ่มนี้จึงทำหน้าที่เป็นปลายน้ำที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ และเชื่อมโยงโดยตรงกับผู้ใช้ไฟฟ้า

4) เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)

หาก 3 กลุ่มแรกคือฐานธุรกิจหลัก กลุ่มนี้คือ ‘ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่าน’ โดยบ้านปูขยายโซลาร์บนหลังคาในนิคมอุตสาหกรรมเวียดนาม กำลังผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ มีธุรกิจแบตเตอรี่ 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และบริหารยานยนต์ไฟฟ้า 876 คัน

พร้อมกันนั้น ยังลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital ใน Mixx Technologies ซึ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และ ARC Clean Technology ผู้พัฒนา Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับไฟฟ้าปลอดคาร์บอนสำหรับ Data Center และอุตสาหกรรมไฮโดรเจน

จุดเชื่อมของกลุ่มนี้คือการเตรียมพอร์ตพลังงานให้สอดรับเมกะเทรนด์ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

จากพลังงานดั้งเดิม สู่โครงสร้างพื้นฐานยุค AI

เมื่อมองทั้ง 4 กลุ่มร่วมกัน จะเห็นว่า ‘ของเก่า’ อย่างเหมืองและก๊าซ ยังคงสร้างกระแสเงินสดและความมั่นคง ขณะที่ ‘ของใหม่’ อย่าง BESS โซลาร์ นิกเกิล และเทคโนโลยี AI ถูกเติมเข้ามาเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

โครงสร้างใหม่นี้ จึงเป็นการเชื่อมอดีตกับอนาคต ให้บ้านปูก้าวจากบริษัทพลังงานแบบดั้งเดิม ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานครบวงจรสำหรับยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง

ผลประกอบการปี 2568 กระแสเงินสดแกร่ง แม้เจอแรงกดดันค่าเงิน

ปี 2568 บ้านปูมีรายได้รวม 5,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (173,423 ล้านบาท) EBITDA รวม 1,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (39,108 ล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม บริษัทรับผลกระทบขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 45.9 ล้านดอลลาร์ จากเงินบาทแข็งค่า รวมถึงผลกระทบรายการอนุพันธ์และรายการพิเศษ ทำให้รายงานผลขาดทุนสุทธิ 61.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เป้าหมาย 2573 สัดส่วนธุรกิจ Non-Coal เกินครึ่ง ดันกำไรโต 1.5 เท่า

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BANPU ระบุว่า การก้าวสู่ BANPU (NewCo) คือรากฐานสำคัญของการเติบโตระยะยาว โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA มากกว่า 1.5 เท่า และดันสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหิน (Non-Coal) เกิน 50% ภายในปี 2573

ท่ามกลางคลื่น AI ที่กำลังเร่งการใช้พลังงานทั่วโลก บ้านปูกำลังวางหมากใหม่ให้สอดรับยุค “Intelligence Era” ด้วยพอร์ตพลังงานครบวงจร ตั้งแต่เหมือง ก๊าซ ไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

เกมพลังงานรอบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเชื้อเพลิงอีกต่อไป แต่คือการแข่งขันด้าน “โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต” ที่บ้านปูประกาศพร้อมลุยเต็มกำลัง

banpu-newco-ai-energy-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์