อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอรป์อเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวในงานฉลองครอบรอบ 60 ปี ‘โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของโตโยต้า โดยตลอดช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมาได้เผชิญกับหลากหลายวิกฤตและผ่านพ้นมาได้ โดยจากนี้ไปโตโยต้าพร้อมมุ่งสู่ยานยนต์แห่งอนาคต ผ่านรถยนต์หลากหลายโมเดลและการใช้ขุมพลังานทางเลือกใหม่ๆ ผ่านความร่วมมือระหว่างพันธมิตรสำคัญในประเทศไทย
พร้อมวางวิสัยทัศน์และพันธกิจจากนี้ไป โตโยต้าจะยังมุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมกับการขยายผลแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ (Carbon Neutrality) หนึ่งในพันธกิจหลักของกลุ่มบริษัทโตโยต้าทั่วโลก
โดยโตโยต้า มุ่งมั่นผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ (electrification full line-up car maker) ด้วยการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง (Multi – Pathway) เพื่อทุกความเป็นไปได้ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเดินทางของผู้คน ด้วยเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก
ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคหน้า โตโยต้า ยังได้เปิดตัวต้นแบบยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (HICEV : Hydrogen Internal Combustion Engine Vehicle) ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งในพันธกิจสำคัญล่าสุด คือ ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ภายใต้โครงการ CJPT ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคิดทบทวนถึงวิธีการส่งมอบ
ผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิง เป็นต้น
ด้าน โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 60 ปีในประเทศไทยของโตโยต้า ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย ตั้งแต่ยุคแรก จนถึงปัจจุบันที่ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์แห่งใหญ่ระดับโลก หรือ ดีทรอยต์แห่งเอเชีย
โดยปัจจุบันการลงทุนธุรกิจของ โตโยต้า ประเทศไทย ถือเป็นผู้นำตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองลงมาจาก ญี่ปุ่น จีน และ สหรัฐอเมริกา
ศุภกิจ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างซีพี และ โตโยต้า ครั้งนี้ ถือเป็นโครงการริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร ตามเป้าหมายเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ตามแผนดำเนินงานขององค์กรทั้ง 2 แห่ง ที่สอดคล้องกัน ซึ่งในอนาคตซีพี ยังมองต่อไปถึงการนำประโยชน์ที่ได้จากของเสียในธุรกิจฟาร์มไก่ มาพัฒนาสู่รูปแบบของเชื้อเพลิงใหม่ อาทิ พลังงานไฮโรเจน เป็นต้น
พร้อมวางวิสัยทัศน์และพันธกิจจากนี้ไป โตโยต้าจะยังมุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมกับการขยายผลแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ (Carbon Neutrality) หนึ่งในพันธกิจหลักของกลุ่มบริษัทโตโยต้าทั่วโลก
โดยโตโยต้า มุ่งมั่นผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ (electrification full line-up car maker) ด้วยการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง (Multi – Pathway) เพื่อทุกความเป็นไปได้ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเดินทางของผู้คน ด้วยเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก
ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคหน้า โตโยต้า ยังได้เปิดตัวต้นแบบยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (HICEV : Hydrogen Internal Combustion Engine Vehicle) ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งในพันธกิจสำคัญล่าสุด คือ ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ภายใต้โครงการ CJPT ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคิดทบทวนถึงวิธีการส่งมอบ
ผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิง เป็นต้น
ด้าน โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 60 ปีในประเทศไทยของโตโยต้า ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย ตั้งแต่ยุคแรก จนถึงปัจจุบันที่ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์แห่งใหญ่ระดับโลก หรือ ดีทรอยต์แห่งเอเชีย
โดยปัจจุบันการลงทุนธุรกิจของ โตโยต้า ประเทศไทย ถือเป็นผู้นำตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองลงมาจาก ญี่ปุ่น จีน และ สหรัฐอเมริกา
ศุภกิจ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างซีพี และ โตโยต้า ครั้งนี้ ถือเป็นโครงการริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร ตามเป้าหมายเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ตามแผนดำเนินงานขององค์กรทั้ง 2 แห่ง ที่สอดคล้องกัน ซึ่งในอนาคตซีพี ยังมองต่อไปถึงการนำประโยชน์ที่ได้จากของเสียในธุรกิจฟาร์มไก่ มาพัฒนาสู่รูปแบบของเชื้อเพลิงใหม่ อาทิ พลังงานไฮโรเจน เป็นต้น






