‘ศุภกร พะวันนา’ ผู้อำนวยสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ของกลุ่ม BDMS เปิดเผยว่า กลุ่ม รพ.พญาไท และ รพ.เปาโล ได้ดำเนินการเผลี่ยนผ่าน (Transform) สู่การเป็น Digital Healthcare รองรับพฤจิดรรมลูกค้า/คนไข้ที่เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ ที่ต้องการความเป็นสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว พร้อมต้องการลดขั้นตอนการใช้เวลาเดินทาง เพื่อเข้าพบแพทย์ หรือ การรับยา เป็นต้น
“สถานการณ์โควิดช่วงที่ผ่านมา เปลี่ยนอินไซด์คนไข้ให้หันมาใช้บริการออนไลน์ ทั้งการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เดลิเวอรียารักษาโรค รวมถึงการให้บริการโฮมแคร์ เพื่อบริการฉีดยาและวัคซีนถึงที่บ้าน” ศุภกร กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มรพ.เปาโล-พญาไท ได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีไอทีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทในช่วงโควิดที่ผ่านมา พัฒนาบริการดิจิทัลเฮลท์แคร์ เบื้องต้นลนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น ‘เฮลท์อัพ (Health Up)’ เปิดให้บริการไปเมื่อเดือนกันยายน 2564 ถึงปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการดาวน์โหลดมากกว่า 2.5 แสนราย
ศุภกร กล่าวว่า “ปัจจุบันแอปฯ ดังกล่าวรองรับกลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรตและลูกค้าทั่วไป และมีแผนขยายบริการครอบคลุมคนไข้กลุ่มประกันสังคมที่ใช้สิทธิประกันตนในเครือรพ.พญาไท-เปาโล มีจำนวนกว่า 6 แสนราย ถือเป็นกลุ่มสำคัญ ในอนาคต ให้เข้าถึงบริการดิจิทัลเฮลทอัพ ผ่านแอปฯ ดังกล่าว เพื่อลดการเดินทางมายังโรงพยาบาลได้ด้วยเช่นกัน”
โดยกลุ่มคนไข้ระบบประกันสังคมจำนวน 600,000 ราย ทางกลุ่มรพ.เปาโล-พญาไท วางเป้าหมายให้รับสิทธิการเข้าถึงบริการTelemedicine ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว ครอบคลุมทุกโรค ยกเว้นกลุ่มโรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้ป่วย NCDs อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังจะต้องเดินทางมารับการดูแล รักษา ติดตามผล ทางโรงพยาบาล เช่นเดิม
ปัจจุบัน มีคนใช้ใช้สิทธิประกันสังคม เริ่มใช้บริการดิจิทัลเฮลท์ กลุ่มแรก ที่รพ.เปาโล สมุทรปราการ พร้อมวางเป้าหมายจะขยายการให้บริการคนไข้กลุ่มนี้ครอบคลุมใน 11 โรงพยาบาลในเครือ ในระยะถัดไป
“สถานการณ์โควิดช่วงที่ผ่านมา เปลี่ยนอินไซด์คนไข้ให้หันมาใช้บริการออนไลน์ ทั้งการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เดลิเวอรียารักษาโรค รวมถึงการให้บริการโฮมแคร์ เพื่อบริการฉีดยาและวัคซีนถึงที่บ้าน” ศุภกร กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มรพ.เปาโล-พญาไท ได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีไอทีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทในช่วงโควิดที่ผ่านมา พัฒนาบริการดิจิทัลเฮลท์แคร์ เบื้องต้นลนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น ‘เฮลท์อัพ (Health Up)’ เปิดให้บริการไปเมื่อเดือนกันยายน 2564 ถึงปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการดาวน์โหลดมากกว่า 2.5 แสนราย
ศุภกร กล่าวว่า “ปัจจุบันแอปฯ ดังกล่าวรองรับกลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรตและลูกค้าทั่วไป และมีแผนขยายบริการครอบคลุมคนไข้กลุ่มประกันสังคมที่ใช้สิทธิประกันตนในเครือรพ.พญาไท-เปาโล มีจำนวนกว่า 6 แสนราย ถือเป็นกลุ่มสำคัญ ในอนาคต ให้เข้าถึงบริการดิจิทัลเฮลทอัพ ผ่านแอปฯ ดังกล่าว เพื่อลดการเดินทางมายังโรงพยาบาลได้ด้วยเช่นกัน”
โดยกลุ่มคนไข้ระบบประกันสังคมจำนวน 600,000 ราย ทางกลุ่มรพ.เปาโล-พญาไท วางเป้าหมายให้รับสิทธิการเข้าถึงบริการTelemedicine ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว ครอบคลุมทุกโรค ยกเว้นกลุ่มโรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้ป่วย NCDs อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังจะต้องเดินทางมารับการดูแล รักษา ติดตามผล ทางโรงพยาบาล เช่นเดิม
ปัจจุบัน มีคนใช้ใช้สิทธิประกันสังคม เริ่มใช้บริการดิจิทัลเฮลท์ กลุ่มแรก ที่รพ.เปาโล สมุทรปราการ พร้อมวางเป้าหมายจะขยายการให้บริการคนไข้กลุ่มนี้ครอบคลุมใน 11 โรงพยาบาลในเครือ ในระยะถัดไป




