S&P ชู 5 โมเดลธุรกิจอาหาร-เบอเกอรี่ บุกหนักตลาดปี 2566

28 ธ.ค. 2565 - 15:15

  • ช่วงไฮ-ซีซัน เป็นอีกหนึ่งโมเนต์การทำตลาดที่สนุกสนานของกลุ่มสินค้าเบอเกอรี่ของเอสแอนด์พี ด้วยยอดขายเติบโตทะลุ 40%

  • ส่วนแผนธุรกิจในปี 2566 เอสแอนด์พี พร้อมมากต่อการ เดินหน้าโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเจาะลูกค้าเจนฯ ใหม่

brand_marketing_S_and_P_new_business_model_2023_SPACEBAR_Thumbnail_052eb31497.jpeg
วิฑูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี2565 ต้อนรับปี2566 นี้ กลุ่มธุรกิจขนมอบเบอเกอรีเอสแอนด์พี ช่วงไฮ-ซีซัน โดยเฉพาะเดือนธันวาคม ปีนี้ คาดว่าจะขยายการเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% เทียบกับช่วงเวลาปกติ และเป็นอัตราเติบโตเดียวกันสินค้าขนมไหว้พระจันทร์ ที่ทำตลาดในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา 

โดยมีปัจจัยหลัก มาจากบรรยากาศการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทยอยฟื้นคืนกลับมา ผู้บริโภค ลูกค้าในภาคธุรกิจต่างๆ มีอารมณ์จับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มสินค้าอาหารว่าง ขนมหวาน ประเภทต่างๆ ที่เติบโตต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องในปีหน้า   

วิฑูร กล่าวต่อว่าในปี 2566 ซึ่งเป็นการเข้าสู่ช่วงหลังโควิด (Post Covid-19) โดยบริษัทได้วางแผนพร้อมปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจล่วงหน้า พร้อมทำตลาดเชิงรุก เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคฐานกลุ่มลูกค้าเดิม และ ขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน ภายใต้ 5 รูปแบบ (โมเดล) ธุรกิจ ดังนี้  

1.โมเดลภัตตาคารร้านอาหาร (S&P Restaurant) ปัจจุบันเปิดให้บริการ 150 สาขา

2.โมเดล ฟู้ด เดลิเวอรี (S&P Food Delivery) วางแนวคิดขยายสาขาในรูปแบบ สแตนด์ อะโลน จำนวน 55 สาขา  

3. โมเดลเดลต้า ซึ่งจะเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ของแบรนด์เอสแอนด์พี ภายใต้คอนเซปต์ ‘โปรดักชัน ฮับ’ โดยนำระบบเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้บริการทั้งในรูปแบบการจัดส่งอาหาร (Delivery) และ สั่งอาหารกลับ (Take away) เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงโควิด-19 ซี่งหันมาใช้บริการเดลิเวอรี และเทค อะเวย์ เป็นจำนวนมากขึ้น  

“บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงโฉม (Re-Type) จากร้านสาขาเดิม S&P จำนวนหนึ่งเพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ คาดในเบื้องต้นเปิดให้บริการราว 30 สาขา จากตอนนี้มีอยู่ราว 12 แห่งในกรุงเทพฯ” วิฑูร กล่าว  

สำหรับโมเดลที่ 4. เบเกอรี มาร์ท (Bakery Mart) วางแนวคิดเพิ่มพื้นที่เซ็กชันสินค้าขนมอบใหม่ๆ ที่จะมีจำนวนมากขึ้นโดยให้บริการบนพื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความหลากหลายสินค้าในกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น คาดเบื้องต้นจะขยายสาขาราว 15-16 แห่งในกรุงเทพฯ  

สุดท้าย 5.โมเดลเบเกอรี ช้อป มีขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร จำหน่ายสินค้าขนมอบเบเกอรี่เอสแอนด์พีประเภทต่างๆ ที่ลูกค้าทั่วไปมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว  

วิฑูร กล่าวอีกว่าธุรกิจเอสแอนด์พีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานตามโมเดลที่กล่าวข้างต้น รวมไปถึงการลีนองค์กรลดกำลังคนในสายการผลิตเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจผ่านโครงการเออร์ลี รีไทร์เมนต์ ปัจจุบันมีจำนวนพนักงานราว 4,000 คนจากเดิมอยู่ที่ราว 7,000  

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับกระบวนการทำงานใหม่ (Re-Process) ตลอดซัพพลายเชนธุรกิจ พร้อมนำระบบเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้ามาปรับใช้กับงานหลังบ้านมากขึ้น พร้อมดึงผู้บริหารคนรุ่นใหม่ และมืออาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารองค์กร พร้อมปรับรูปแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่นในรูปแบบ Work From Anywhere และผสมการทำงานแบบ Physical ไปพร้อมกัน     

ในช่วงที่ผ่านมา เอสแอนด์ดี ปิดให้บริการไปราว 100 สาขาที่ไม่สร้างยอดขายและกำไร แต่ก็ได้ทยอยกลับมาเปิดเพิ่มอีก 50 สาขาเช่นกัน ในรูปแบบธุรกิจใหม่บนทำเลที่เหมาะสม ซึ่งพบว่าในช่วงโควิดธุรกิจเดลิเวอรี เอสแอนด์พีมีอัตราเติบโต 5% คิดเป็นสัดส่วนยอดขายราว 20% ของบริษัท” วิฑูร กล่าว  

โดยปัจจุบัน เอสแอนด์ดี ยังดำเนินธุรกิจร้านอาหารใน 3 ประเทศ คือ ร้านอาหารไทยแบรนด์ ภัทรา (Phattra) 1 สาขาในสหราชอาณาจักร และอีก 1 สาขาในกรุงเวียนนา ออสเตรีย และแบรนด์ S&P จำนวน 5 สาขาในกัมพูชา โดยใน 2-3 ปีข้างหน้าบริษัทมีแผนขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ ด้วยเข่นกัน  

สำหรับในปี 2565 บริษัทคาดมีอัตราการเติบโตธุรกิจไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน พร้อมวางเป้าหมายรายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์