
มร. โอซามุ โซมะ ประธานบริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด เผย ปีนี้ ซี-วิท ยังคงร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ สานต่อโครงการ ‘C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน ปีที่ 2’ ต่อเนื่อง ภายหลังพบว่า การช่วยเหลือในปีแรก แม้จะประสบความสำเร็จ ช่วยเด็กไทย กว่า 47,000 คน สุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น แข็งแรง สดใส เจ็บป่วยน้อยลง แต่จากการศึกษาข้อมูลในปี 2566 พบว่า ยังพบว่า มีเยาวชนไทยอีกจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาภาวะด้านโภชนาการและขาดสารอาหารสำคัญหลายชนิด ที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของร่างกาย
ดังนั้น ในการสานต่อโครงการฯ ปีที่ 2 จึงมอบ ‘ซี-วิท มินิ’ (C-vitt mini) จำนวน 1,281,600 กล่อง ให้แก่เยาวชนกว่า 50,000 คน ในพื้นที่ 250 โรงเรียน ภายใต้การดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เพื่อนำไปดื่มเสริมสร้างวิตามินซีให้ร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ อีกทั้งได้เตรียมนำพนักงานลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น ซี-วิท ได้นำแนวคิดการดูแลสุขภาพเยาวชนแบบยั่งยืน ด้วยการมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เห็นผลเชิงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน
โดยนำร่องกับนักเรียน 900 คน ใน 9 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำหอม จังหวัดตาก, โรงเรียนบ้านห้วยช้างแทง จังหวัดพิษณุโลก, โรงเรียนบ้านจานบัว จังหวัดศรีษะเกษ, โรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง จังหวัดศรีษะเกษ, โรงเรียนนาสนาดก์ จังหวัดจันทบุรี, โรงเรียนบ้านแหลมสัก จังหวัดกระบี่, โรงเรียนวัดโคกพิกุล จังหวัดนครศรีธรรมราช, โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี และโรงเรียนแก่งกระจานพิทยาคม จังหวัดเพชรบุรี”
“สำหรับโครงการ ‘C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน’ ทางซี-วิท ตั้งเป้าหมายในปี 2025 จะสามารถช่วยเหลือเด็กไทยได้ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้กว่า 200,000 คน” ซีอีโอ เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ กล่าว
ดังนั้น ในการสานต่อโครงการฯ ปีที่ 2 จึงมอบ ‘ซี-วิท มินิ’ (C-vitt mini) จำนวน 1,281,600 กล่อง ให้แก่เยาวชนกว่า 50,000 คน ในพื้นที่ 250 โรงเรียน ภายใต้การดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เพื่อนำไปดื่มเสริมสร้างวิตามินซีให้ร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ อีกทั้งได้เตรียมนำพนักงานลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น ซี-วิท ได้นำแนวคิดการดูแลสุขภาพเยาวชนแบบยั่งยืน ด้วยการมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เห็นผลเชิงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน
โดยนำร่องกับนักเรียน 900 คน ใน 9 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำหอม จังหวัดตาก, โรงเรียนบ้านห้วยช้างแทง จังหวัดพิษณุโลก, โรงเรียนบ้านจานบัว จังหวัดศรีษะเกษ, โรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง จังหวัดศรีษะเกษ, โรงเรียนนาสนาดก์ จังหวัดจันทบุรี, โรงเรียนบ้านแหลมสัก จังหวัดกระบี่, โรงเรียนวัดโคกพิกุล จังหวัดนครศรีธรรมราช, โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี และโรงเรียนแก่งกระจานพิทยาคม จังหวัดเพชรบุรี”
“สำหรับโครงการ ‘C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน’ ทางซี-วิท ตั้งเป้าหมายในปี 2025 จะสามารถช่วยเหลือเด็กไทยได้ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้กว่า 200,000 คน” ซีอีโอ เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ กล่าว

ด้าน อานนท์ สวนศรี ผู้จัดการอาวุโสด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถช่วยส่งเสริมกลุ่มเยาวชนในการดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการกว่า 46,300 คน ได้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้น มีอัตราการเจ็บป่วยในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลลดน้อยลง
การสานต่อความร่วมมือโครงการฯ ทางมูลนิธิฯ เตรียมขยายผลไปสู่เยาวชนทั่วประเทศ ในการดูแลของมูลนิธิฯ อีกกว่า 50,000 คน ให้ได้รับวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกาย และการช่วยเหลือเชิงคุณภาพที่ต้องการเห็นเด็กได้มีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
เช่นเดียวกับ จันทิรา สมบุญเกิด ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาทุนและการสื่อสาร มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ที่บอกว่า การได้รับวิตามินซีถือเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับเยาวชนในมูลนิธิฯ ที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคตามฤดูกาล โรคหวัดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยความร่วมมือในปีนี้ ซี-วิท (C-vitt) ถือเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการสานต่อและยกระดับการสนับสนุนด้านสุขภาพของเยาวชนในมูลนิธิฯ กว่า 700 คน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเด็กโสสะทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต
พร้อมทั้งยังช่วยส่งเสริมทางด้านจิตใจ เนื่องจากเยาวชนในการดูแลของมูลนิธิฯ ครั้งหนึ่งเคยสูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร และได้รับการดูแลจากมูลนิธิในรูปแบบครอบครัวทดแทนระยะยาว ได้รับความอบอุ่นและความรักจากแม่โสสะ ดังนั้น การเข้ามาช่วยสนับสนุนของซี-วิท ถือเป็นอีกหนึ่งการมอบกำลังใจให้กับน้อง ๆ ได้เป็นอย่างดี แสดงถึงความห่วงใยจากสังคมภายนอก
การสานต่อความร่วมมือโครงการฯ ทางมูลนิธิฯ เตรียมขยายผลไปสู่เยาวชนทั่วประเทศ ในการดูแลของมูลนิธิฯ อีกกว่า 50,000 คน ให้ได้รับวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกาย และการช่วยเหลือเชิงคุณภาพที่ต้องการเห็นเด็กได้มีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
เช่นเดียวกับ จันทิรา สมบุญเกิด ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาทุนและการสื่อสาร มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ที่บอกว่า การได้รับวิตามินซีถือเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับเยาวชนในมูลนิธิฯ ที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคตามฤดูกาล โรคหวัดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยความร่วมมือในปีนี้ ซี-วิท (C-vitt) ถือเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการสานต่อและยกระดับการสนับสนุนด้านสุขภาพของเยาวชนในมูลนิธิฯ กว่า 700 คน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเด็กโสสะทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต
พร้อมทั้งยังช่วยส่งเสริมทางด้านจิตใจ เนื่องจากเยาวชนในการดูแลของมูลนิธิฯ ครั้งหนึ่งเคยสูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร และได้รับการดูแลจากมูลนิธิในรูปแบบครอบครัวทดแทนระยะยาว ได้รับความอบอุ่นและความรักจากแม่โสสะ ดังนั้น การเข้ามาช่วยสนับสนุนของซี-วิท ถือเป็นอีกหนึ่งการมอบกำลังใจให้กับน้อง ๆ ได้เป็นอย่างดี แสดงถึงความห่วงใยจากสังคมภายนอก




