งาน Vietnamese Week in Thailand 2026 ที่จัดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ในปีนี้ คนไทยได้เห็นการนำสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวจากเวียดนามมาพบผู้บริโภคไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเวียดนามได้พบคู่ค้าผ่านกิจกรรม Business Matching และความร่วมมือด้านการชำระเงินข้ามแดน
เบื้องหลังงานครั้งนี้ คือการต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยและเวียดนาม ที่กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในเวียดนามของเซ็นทรัล รีเทลตลอดกว่า 15 ปี ด้วยเงินลงทุนสะสมมากกว่า 49,000 ล้านบาท จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจค้าปลีก วันนี้เครือข่ายของบริษัทครอบคลุมทั้งผู้บริโภค ร้านค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรในเวียดนาม
ภาพต่างๆ นี้ จึงทำให้ Vietnamese Week in Thailand 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานนำสินค้าเวียดนามมาจัดแสดงในไทย แต่เป็นอีกพื้นที่ที่สะท้อนการเชื่อมต่อธุรกิจของสองตลาด ทั้งการนำสินค้าสู่ผู้บริโภค การจับคู่ทางธุรกิจ และการสร้างช่องทางการค้าใหม่ๆ ระหว่างไทยกับเวียดนาม

15 ปี ปักฐานในตลาดที่กำลังขยายตัว
วัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพในระยะยาว จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับ Modern Retail โดยโอกาสไม่ได้อยู่เฉพาะเมืองใหญ่อย่างฮานอยและนครโฮจิมินห์ แต่ขยายไปยังเมืองรองทั่วประเทศ

กลุ่มเซ็นทรัลเริ่มลงทุนในเวียดนามตั้งแต่ปี 2555 และตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยมีเซ็นทรัล รีเทลเป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก ปัจจุบันลงทุนไปแล้วมากกว่า 49,000 ล้านบาท และมีการจ้างงานในเวียดนามกว่า 13,000 ตำแหน่ง โดยพนักงานชาวเวียดนามคิดเป็น 99.5%
การลงทุนดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ที่การขยายสาขา แต่รวมถึงการสร้างระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงหลายส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ค้าปลีก ซัพพลายเชน ไปจนถึงการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัลยังอยู่ระหว่างศึกษาการขยายธุรกิจในเวียดนามเพิ่มเติม ทั้งธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจอื่นของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงการศึกษาศักยภาพตลาดและพันธมิตรสำหรับการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าแบบมิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนา และธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทารา
จากขยายสาขา สู่ Retail Ecosystem
อีกภาพที่สะท้อนแนวทางของเซ็นทรัล รีเทลในเวียดนาม คือการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ตั้งแต่ GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go! และ Lan Chi Mart ไปจนถึงกลุ่มสินค้า Non-food แบรนด์กีฬา แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ GO! Mall
โอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนามเปลี่ยนจากการพิจารณาเรื่องราคาและความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์มากขึ้น

เซ็นทรัล รีเทลจึงเดินหน้าขยายเครือข่ายทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมพัฒนา Ecosystem ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลายช่วงของชีวิต โดยมีทั้งธุรกิจฟู้ด น็อนฟู้ด สปอร์ต แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อยู่ภายในเครือข่ายเดียวกัน
ด้านซัพพลายเชน บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ผลิตในประเทศ โดยสินค้าที่จำหน่ายในห้างและร้านค้าของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนามมากกว่า 90% มาจากแหล่งผลิตในประเทศเวียดนาม และทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นมากกว่า 2,000 ราย
ตัวเลขดังกล่าวทำให้บทบาทของค้าปลีกไม่ได้อยู่เพียงปลายทางการขายสินค้า แต่เชื่อมไปถึงผู้ผลิตและผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “Better for Vietnam” ที่บริษัทนำมาใช้กับการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม
Vietnamese Week เปิดตลาดให้ผู้ประกอบการเวียดนาม
หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้เชื่อมตลาดไทยและเวียดนามคือ Vietnamese Week in Thailand ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 จากความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัล รีเทล กลุ่มเซ็นทรัล กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม และพันธมิตรในท้องถิ่น
ตลอดการจัดงานที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเวียดนามเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 ราย มีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน และเกิด Business Matching มากกว่า 50 ครั้ง

สำหรับปี 2569 งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Discover the Charm of Vietnam” มีผู้ประกอบการเวียดนามมากกว่า 60 ราย นำสินค้าและผลิตภัณฑ์จาก 5 เมืองและจังหวัด ได้แก่ ฮานอย นครโฮจิมินห์ ดานัง อันซาง และลาวไก มาจำหน่ายและนำเสนอในไทย
สินค้าที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมกาแฟ ชา อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป ช็อกโกแลต เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ตลอดจนงานผ้าและหัตถกรรม ขณะที่ TOPS FOOD HALL นำเข้าสินค้าจากเวียดนามที่มีจำหน่ายในร้านมาร่วมจัดแสดงด้วย เช่น King Coffee, Mr. Viet, Bibica, Acecook และ VIFON
ส่วนโซนอาหารและเครื่องดื่มมีเมนูเวียดนามจาก Golden Gate และ TOPS FOOD HALL ตั้งแต่เฝอ บั๋นหมี่ ปอเปี๊ยะสด ไปจนถึงกาแฟเวียดนาม พร้อมข้อเสนอด้านการเดินทางจาก Vietnam Airlines และ Hong Ngoc Ha Travel เพื่อเชื่อมสินค้า อาหาร และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
จากงานแสดงสินค้า สู่ Business Matching
จุดที่น่าสนใจของ Vietnamese Week คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเวียดนามเข้าถึงตลาดไทยโดยตรง โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในปีนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการออกบูท และสามารถรับ Feedback จากผู้บริโภคเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและวางแผนตลาดต่อได้

ขณะเดียวกันยังมีการจัด Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการเวียดนามกับหน่วยธุรกิจภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เพื่อหาโอกาสด้านการค้า การส่งออก และการนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ ทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายของกลุ่มเซ็นทรัล
จึงเกิดภาพของการเชื่อมตลาดสองทาง จากเดิมที่เซ็นทรัล รีเทลเข้าไปสร้างฐานธุรกิจในเวียดนาม วันนี้เครือข่ายดังกล่าวก็สามารถย้อนกลับมาเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเวียดนามเข้าถึงตลาดไทยได้เช่นกัน
ขยับจากสินค้า สู่ระบบชำระเงินข้ามแดน
อีกประเด็นสำคัญของ Vietnamese Week 2026 คือการขยายความร่วมมือจากสินค้าและบริการไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน
เซ็นทรัล รีเทลลงนามบันทึกความร่วมมือกับ National Payment Corporation of Vietnam (NAPAS) และ VietinBank เพื่อส่งเสริมระบบชำระเงินข้ามแดนผ่าน VietQR Global รองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างไทยและเวียดนาม
ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ภาพการเชื่อมเศรษฐกิจของสองประเทศขยับจากการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด ไปสู่การเชื่อมระบบการชำระเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับทั้งการค้าและการท่องเที่ยว

15 ปี จาก ‘ตลาด’ สู่ ‘เครือข่าย’
เมื่อมองย้อนเส้นทางกว่า 15 ปีของเซ็นทรัล รีเทลในเวียดนาม การลงทุนกว่า 49,000 ล้านบาทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพ เพราะสิ่งที่ขยายตัวควบคู่กันคือเครือข่ายธุรกิจ ตั้งแต่สาขา ผู้บริโภค ซัพพลายเออร์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ไปจนถึงพันธมิตรด้านการเงินและการท่องเที่ยว
ขณะที่ Vietnamese Week ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมเครือข่ายดังกล่าวให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งการนำสินค้าเวียดนามเข้าสู่ตลาดไทย การเจรจาธุรกิจ การเปิดช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาระบบชำระเงินข้ามประเทศ
จากโจทย์เดิมที่มองหาโอกาสในตลาดเวียดนาม จึงค่อย ๆ ขยับมาสู่การสร้างเครือข่ายที่เชื่อม การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของไทย-เวียดนาม เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นทิศทางที่เซ็นทรัล รีเทลกำลังต่อยอดจากฐานธุรกิจที่สร้างขึ้นตลอด 15 ปีที่ผ่านมา





