จับตา! จีนยื่นขอเปิดตลาดไก่ในไทย
กรมปศุสัตว์แจง ยังไม่อนุญาตนำเข้า อยู่ระหว่างประเมินความเสี่ยง
กรมปศุสัตว์ออกมาชี้แจงกรณีสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แสดงความประสงค์ขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น ตับไก่ และตับห่าน เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าดังกล่าว และกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล
กรมปศุสัตว์ระบุว่า ได้รับคำขอเปิดตลาดจาก GACC ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปกติของการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก ทั้งด้านโรคระบาดสัตว์ เช่น ไข้หวัดนก สารตกค้าง และมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีความกังวลว่า หากไทยเปิดตลาดให้เนื้อสัตว์ปีกจากจีนเข้ามาจำหน่าย อาจส่งผลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมไก่ไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรส่งออกสำคัญของประเทศ
ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ประมาณ 3.82 ล้านตันต่อปี โดยสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็น แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ปรุงสุกได้ประมาณ 1.34 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 168,000 ล้านบาท
อุตสาหกรรมไก่ไทยไม่ได้ประกอบด้วยเพียงผู้ส่งออกเท่านั้น แต่เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ โรงฟัก โรงงานอาหารสัตว์ โรงชำแหละ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ประกอบการส่งออก หากมีการเปิดตลาดนำเข้าในอนาคต จึงอาจเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่า จะส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการผลิต และรายได้ของผู้ประกอบการไทยอย่างไร
ขณะเดียวกัน การเปิดตลาดสินค้าจากจีนยังเป็นอีกภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-จีน ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังเผชิญการแข่งขันจากสินค้าจีนในหลายอุตสาหกรรม
คำถามสำคัญคือ หากวันหนึ่งไทยอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน ตลาดไก่ไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด? ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากราคาที่ลดลง หรือผู้ผลิตไทยต้องรับแรงกดดันจากการแข่งขันรอบใหม่?




