ภาคการผลิตจีนโตเกินคาด อานิสงส์ส่งออกไฮเทค-กระแส AI โลกพุ่ง แม้กำลังซื้อในประเทศยังซบเซา

30 มิ.ย. 2569 - 10:34

  • รงงานจีนฟื้นเกินคาด: ดัชนี PMI ภาคการผลิตของทางการจีนในเดือนมิถุนายนดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 50.3 กลับเข้าสู่การขยายตัวได้สำเร็จจากแรงหนุนของการส่งออกสินค้าไฮเทคและกระแส AI โลกพุ่ง

  • K-Shape ชัดเจน: กำไรส่วนใหญ่กระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำและเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคปลายน้ำยังเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวหนัก

  • รีบตุนของหนีภาษี: ยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นชั่วคราวเนื่องจากผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า ก่อนที่มาตรการภาษี 10% จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้

ภาคการผลิตจีนโตเกินคาด อานิสงส์ส่งออกไฮเทค-กระแส AI โลกพุ่ง แม้กำลังซื้อในประเทศยังซบเซา

CNBC รายงานว่า กิจกรรมภาคโรงงานของจีนในเดือนมิถุนายนเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการสินค้าส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.3 ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 50.1 และถือเป็นการกลับเข้าสู่แดนขยายตัว (ระดับเหนือ 50 จุด) อีกครั้ง หลังจากที่ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 50 จุดในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ดัชนี PMI นอกภาคการผลิต ซึ่งครอบคลุมภาคการก่อสร้างและบริการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 50.2 จาก 50.1 ในเดือนก่อนหน้า

ข้อมูลจาก China Beige Book บริษัทวิจัยเอกชน ระบุว่า เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในเดือนมิถุนายน หลังจากเผชิญภาวะชะลอตัวมานานกว่า 2 เดือน โดยภาคการผลิตและยอดค้าปลีกเริ่มดีดตัวกลับขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญ โดยเฉพาะฝั่งผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ที่เร่งเดินหน้าสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า (Frontloading) หลังจากการพบกันระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อเดือนพฤษภาคม ช่วยให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเร่งนำเข้าเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี 10% ภายใต้มาตรา 122 (Section 122) ที่กำลังจะหมดเขตผ่อนผันในเดือนกรกฎาคมนี้

การฟื้นตัวแบบ K-Shape ที่ดิ่งลึกขัดแย้งกันเอง

แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่โครงสร้างภายในกลับส่งสัญญาณความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแบบ K-Shape ชัดเจนขึ้น โดยข้อมูลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ผลกำไรของอุตสาหกรรมต้นน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และพลังงานหมุนเวียน พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน ผู้ผลิตสินค้าปลายน้ำยังคงต้องแบกรับแรงกดดันอย่างหนักจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนจากยอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ประกอบกับราคาบ้านใหม่ที่ยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาว

เฮเลน เฉียว นักเศรษฐศาสตร์ด้านจีนจาก Bank of America Global Research ให้ความเห็นว่า “ความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจจีนกลับมาสมดุลนั้นเริ่มเลือนลาง” เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกที่แข็งแกร่ง แต่บริโภคในประเทศกลับอ่อนแอ โดยทางธนาคารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกของจีนในปีนี้ขึ้นเป็น 15% จากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI ความต้องการอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก

ความไม่สมดุลระหว่างภาคการผลิตที่แข็งแกร่งและกำลังซื้อที่เงียบเหงา คาดว่าจะสร้างแรงกดดันต่อภาวะเงินฝืดในเงินเฟ้อช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเริ่มจางลง ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายของจีนยังคงหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ โดยนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs คาดว่ารัฐบาลอาจเลือกใช้วิธีเร่งกู้ยืมเพื่อกระตุ้นทางการคลังแบบค่อยเป็นค่อยไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แทนการหั่นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะสั้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์