#สภาองค์กรผู้บริโภค ยื่นหนังสือ #ETDA ให้สั่ง เฟซบุ๊ก เยียวยาเหยื่อออนไลน์ 397 ล้านบาท สภาองค์กรขอให้ #ETDA มีมาตรการเร่งด่วนในการคุ้มครองผู้ใช้งานและเรียกร้องให้แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook ออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากมิจฉาชีพ
สถานการณ์และความเสียหาย
จำนวนเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ ก.ค. 2564 - พ.ค. 2569 Facebook ถูกร้องเรียนสูงสุดเกือบ 60% (6,986 เรื่อง) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 397 ล้านบาท ปัญหาหลักโฆษณาหลอกลวง (เช่น ชวนลงทุน สอนเล่นหุ้น หลอกให้รัก) สินค้าไม่ตรงปก และการโอนเงินผ่านบัญชีม้า จุดยืนแพลตฟอร์มแพลตฟอร์มมีรายได้มหาศาลจากค่าโฆษณา แต่มักปฏิเสธความรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย โดยอ้างว่าเป็นเพียงแพลตฟอร์มตัวกลาง

5 ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อปิดประตูมิจฉาชีพ
สั่งเฟซบุ๊กเยียวยาทันที ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งให้แพลตฟอร์มชดเชยผู้เสียหายที่ร้องเรียนเข้ามาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 397 ล้านบาทอุดช่องโหว่โฆษณาเสี่ยง: เร่งบังคับใช้มาตรการยืนยันตัวตน (e-KYC) ผู้ลงโฆษณาทันที (ไม่ต้องรอ 180 วัน) และให้ขยายเวลาเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณาจาก 90 วัน เป็น 1 ปี บังคับขึ้นทะเบียน แพลตฟอร์มต่างชาติที่ให้บริการในไทย ต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ เพื่อให้มีนิติบุคคลรับผิดชอบทางกฎหมายในไทยตั้งเงินสำรองเยียวยา
หากพิสูจน์ได้ว่าระบบคัดกรองโฆษณาของแพลตฟอร์มหละหลวม แพลตฟอร์มต้องนำเงินสำรองนี้มาจ่ายเยียวยาผู้เสียหายโดยตรงปิดสวิตช์อัลกอริทึมหลอกลวง หยุดระบบอัลกอริทึมที่ยิงโฆษณาหลอกลวงซ้ำๆ ใส่กลุ่มเปราะบาง (เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี) พร้อมใช้ AI และพนักงานคัดกรองเพื่อลบโฆษณาปลอมทันที

การตอบรับจาก ETDA
ETDA เห็นด้วยกับข้อเสนอ สอดคล้องกับแนวทางที่ ETDA ดำเนินการอยู่ เช่น การสั่งลบโพสต์หลอกลวง (Take Down) และการยืนยันตัวตน (KYC) ผลักดันกฎหมายใหม่กฎหมายปัจจุบันบังคับได้เพียงการ "จดแจ้ง" ETDA จึงกำลังเร่งผลักดัน กฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มฉบับใหม่ เพื่อบังคับให้แพลตฟอร์มต้องจดทะเบียนมีนิติบุคคลในไทยการหารือเพิ่มเติมสำหรับประเด็นการตั้งเงินสำรองเยียวยา จะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายบัญชีม้าและตัวแทนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ออกมาเป็นมาตรการที่บังคับใช้ได้จริงต่อไป




