‘กะเพรา’พร้อมเสิร์ฟ เมนูร้อนครัวออนไลน์ อะไร?ทำได้หรือทำไม่ได้

22 ต.ค. 2569 - 14:15

  • ซีพีแรมร่วมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปรับปรุงสายพันธุ์กะเพรา

  • จดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ กะเพราแก้วจุรี 4 สายพันธุ์

  • เปิดกฎหมายสิ่งไหนทำได้ หรือทำไม่ได้

‘กะเพรา’พร้อมเสิร์ฟ เมนูร้อนครัวออนไลน์ อะไร?ทำได้หรือทำไม่ได้

บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชสมุนไพรพื้นบ้าน‘กะเพรา’ ร่วมกับสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้กระบวนการปรับปรุงพันธุ์พืชผ่านเทคนิคการชักนำให้จำนวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ไม่ใช่การตัดแต่งพันธุกรรมหรือ GMOs) จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เช่น กลิ่นหอมฉุนเด่นชัด ทนทานต่อโรค ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ และเหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน

ต่อมา ทางบริษัทได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็น ‘พันธุ์พืชใหม่’ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร ในสายพันธุ์กลุ่ม‘แก้วจุรี’ (รวม 4 สายพันธุ์) โดยมีกำหนดอายุการคุ้มครองตามกฎหมายเป็นเวลา 12 ปี

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เห็นด้วยและคัดค้าน

กลุ่มที่เห็นด้วย (ภาคเอกชนและนักวิชาการบางส่วน) มองว่านี่คือความสำเร็จของการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ช่วยยกระดับเกษตรกรรมไทยให้อยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรม  และการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของผู้ลงทุนคิดค้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นนำผลงานวิจัยไปลอกเลียนแบบหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ภาคเอกชนกล้าลงทุนพัฒนาพันธุ์พืชให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

กลุ่มที่คัดค้าน (ภาคประชาสังคม เกษตรกร และนักสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลว่ากะเพรา เป็นพืชอาหารพื้นถิ่นที่มีการบริโภคและเก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อกันมาอย่างยาวนาน การจดทะเบียนคุ้มครองอาจสร้างบรรทัดฐานที่นำไปสู่การผูกขาดพันธุกรรมพืชพื้นบ้าน และกังวลถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสรีภาพของเกษตรกรรายย่อย ในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกต่อในฤดูกาลถัดไป รวมถึงความกังวลต่อท่าทีของรัฐหากในอนาคตจะเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ที่มีความเข้มงวดเรื่องสิทธิบัตรพืชมากกว่าเดิม

การชี้แจงข้อเท็จจริงจากหน่วยงานภาครัฐ

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่เป็นการผูกขาดกะเพราทั้งหมด  การจดทะเบียนคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ 4 สายพันธุ์จำเพาะภายใต้ชื่อแก้วจุรี ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเองเท่านั้น

เกษตรกรและประชาชนยังปลูกได้ปกติ ประชาชน เกษตรกร และร้านค้าทั่วไป ยังคงมีสิทธิ์ปลูก กิน ซื้อขาย และแปรรูปกะเพราพื้นเมือง รวมทั้งกะเพราสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยได้อย่างเสรีเช่นเดิม ไม่มีกฎหมายห้าม

สิ่งที่ทำได้ และทำไม่ได้

ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มีขอบเขตทางกฎหมายที่ชัดเจนแบ่งออกเป็น

สิ่งที่สามารถทำได้ ประชาชนทั่วไปสามารถปลูก บริโภค หรือจำหน่ายใบกะเพราสายพันธุ์แก้วจุรี สำหรับการบริโภคทั่วไปได้

เกษตรกรยังคงมีสิทธิ์ตามข้อยกเว้น (Farmer's Privilege ในระดับหนึ่งตามกฎหมายไทย) สำหรับพืชบางประเภท แต่สำหรับพันธุ์พืชใหม่ที่จดทะเบียนคุ้มครอง การนำส่วนขยายพันธุ์ไปปลูกต่อในเชิงพาณิชย์ต้องระมัดระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของผู้ทรงสิทธิ

สิ่งที่ไม่สามารถทำได้  ห้ามบุคคลอื่นหรือผู้ประกอบการรายอื่นนำ เมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ หรือส่วนขยายพันธุ์ ของกะเพรา 4 สายพันธุ์แก้วจุรี ไปเพาะขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายต่อในเชิงพาณิชย์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด ตลอดอายุการคุ้มครอง 12 ปี

เปรียบเทียบกับพืชอื่นในไทยและต่างประเทศ

การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ออกใบรับรองคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ให้กับพืชเศรษฐกิจและพืชปรับปรุงพันธุ์มาแล้วหลายร้อยรายการ เช่น ข้าวโพดและข้าวสาลีลูกผสม ของบริษัทเมล็ดพันธุ์พืชข้ามชาติและบริษัทไทย พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ เช่น พริก มะเขือเทศ แตงโม และกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่บริษัทเอกชนหรือสถาบันวิจัยพัฒนาขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีความต้านทานโรคและตรงตามความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร

ในต่างประเทศการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช (Plant Variety Protection - PVP) หรือสิทธิบัตรพืช เป็นกลไกปกติที่ใช้กันทั่วโลก  สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป บริษัทเกษตรกรรมและอาหารรายใหญ่ (เช่น Bayer-Monsanto หรือ Syngenta รวมถึงบริษัทแปรรูปอาหารรายใหญ่) นิยมจดทะเบียนคุ้มครองสายพันธุ์มันฝรั่ง ข้าวโพด หรือถั่วเหลือง ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบเฉพาะสำหรับโรงงานแปรรูปอาหารของตนเอง (เช่น มันฝรั่งสำหรับทำเฟรนช์ฟรายส์ที่มีแป้งและขนาดตามกำหนด)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์