ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประกาศโครงการเออร์ลี่รีไทร์ปี 2568 ภายใต้ชื่อ “เกษียณก่อน เกษมสุข” สำหรับพนักงานอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ชดเชยตามอายุงาน พร้อมเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติมอีก 8-12 เดือน เปิดรับสมัครตั้งแต่ 15 สิงหาคม – 7 ตุลาคม 2568
ด้าน มงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า มาตรการเออร์ลี่รีไทร์ของ KBank สะท้อนถึงการเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นทิศทางที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จำนวนสาขาและพนักงานต้องทยอยลดลง
“การจ่ายเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือพิเศษให้กับพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ แม้จะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่ในระยะยาวถือว่าเป็นบวก เพราะช่วยลดต้นทุนบุคลากรลง ขณะที่ธุรกิจธนาคารยุคดิจิทัลต้องใช้คนน้อยลง แต่พึ่งพาแพลตฟอร์ม เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์มากขึ้น” มงคลกล่าว
มงคล ย้ำว่า ผลกระทบด้านต้นทุนที่จะเกิดขึ้นนั้นจะสะท้อนในงบการเงินช่วงสั้น โดยปกติธนาคารมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายด้านบำเหน็จบำนาญและการเกษียณอายุไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ KBank มีการจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติม ทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายมากกว่าที่ตั้งไว้
อย่างไรก็ตาม มงคลประเมินว่า ผลประกอบการของ KBank ในปีนี้ยังคงแข็งแกร่ง ทั้งกำไรสุทธิและเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูง ราว 10–17 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะช่วยพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและหนุนราคาหุ้นไม่ให้ได้รับผลกระทบเชิงลบมากนัก
“การปรับโครงสร้างบุคลากรครั้งนี้ ไม่ใช่สัญญาณลบต่อธุรกิจหรือหุ้น KBank เพราะเป็นการปรับตัวเพื่อรองรับอนาคตของอุตสาหกรรมการเงินในยุคดิจิทัล ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในวันนี้จะเป็นการลงทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว” มงคลระบุ




