Data Center ไทย โตถึงไหน?
จากเกมดึงลงทุน สู่โจทย์ ‘ไฟฟ้า-น้ำ-คน’
การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรี ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ไม่ได้มีเพียงภารกิจด้านการทูต แต่รัฐบาลใช้โอกาสนี้พบภาคธุรกิจและนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อเปิดทางการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ของไทย
หนึ่งในประเด็นที่เห็นภาพชัด คือ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หลังนายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบ Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google ที่สำนักงาน Google ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
Google ยืนยันแผนลงทุนในไทยมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนา Data Center ในจังหวัดชลบุรี และ Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ พร้อมหารือความร่วมมือด้าน AI การพัฒนาทักษะดิจิทัล และมาตรฐาน Data Center ที่ให้ความสำคัญกับพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม
ประเด็นที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ ‘Google จะลงทุนเท่าไร’ เท่านั้น แต่คือ หลังจากเงินลงทุนไหลเข้ามาแล้ว ประเทศไทยพร้อมแค่ไหนที่จะรองรับ Data Center ขนาดใหญ่ และเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ
จาก Google ถึง AWS-Microsoft เกม Data Center ไม่ได้เริ่มวันนี้
หากมองย้อนกลับไป การลงทุน Data Center ในไทยเดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว และไม่ได้มีเพียงบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ช่วงปี 2568 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center รวม 36 โครงการ มูลค่ารวม 7.28 แสนล้านบาท ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การลงทุนในภาคดิจิทัลมีมูลค่าคำขอสูงถึงราว 1.12 ล้านล้านบาท
ก่อนหน้านี้ BOI ยังอนุมัติโครงการ Data Center และ Data Hosting จำนวน 7 โครงการในเดือนมกราคม 2569 มูลค่ารวมกว่า 9.6 หมื่นล้านบาท โดยมีทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เช่น True Internet Data Center, GSA Data Center ซึ่งเป็นการร่วมทุนของ GULF, AIS และ Singtel รวมถึงโครงการของ STECON และผู้ประกอบการจากสิงคโปร์
ฝั่ง AWS ประกาศแผนลงทุนในไทยมากกว่า 2 แสนล้านบาทภายในปี 2580 และได้พัฒนา Data Center แล้ว 3 แห่งในระยะแรก ขณะที่ Microsoft ประกาศลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI Data Center ของไทย โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศหลายราย รวมถึง GULF, AIS, CP Group และ True
ส่วน Google ประกาศแผนลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดยวาง Data Center แห่งแรกของไทยไว้ที่ชลบุรี และ Cloud Region ที่กรุงเทพฯ
ล่าสุด Google Cloud เปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ แล้ว ซึ่งบริษัทประเมินว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้าอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ไทยราว 1.4 ล้านล้านบาท และสนับสนุนงานเฉลี่ย 130,000 ตำแหน่งต่อปี ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการของ Google ภาพจึงเริ่มชัดว่า Data Center กำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามลงทุนใหม่ของไทย
ยักษ์ใหญ่ไทยขยับแล้ว ไม่ได้รอแค่ Big Tech
การเข้ามาของ Big Tech ยังทำให้บริษัทไทย ขยับเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น ตัวอย่างชัดคือ GULF-AIS-Singtel ที่ร่วมกันพัฒนา GSA Data Center โดย
- GSA01 ในสมุทรปราการ ขนาด 25.6 เมกะวัตต์ เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว และใช้เทคโนโลยี Liquid Cooling เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ขณะที่ GSA02 ในชลบุรี ขนาด 38 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างพัฒนา
- และมีโครงการ Gulf Edge Data Center ในระยอง อีก 100 เมกะวัตต์ในเฟสแรก
GULF ระบุเป้าหมายขยายกำลังให้บริการ Data Center รวมเป็น 300-500 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปี เพื่อรองรับความต้องการจาก Cloud และ AI ที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ True IDC ก็เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ โดย BOI อนุมัติโครงการ 3 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 4.53 หมื่นล้านบาท และรองรับ IT Load รวม 223 เมกะวัตต์
นั่นหมายความว่า เกม Data Center ของไทยกำลังมีผู้เล่นหลายกลุ่ม ตั้งแต่ Hyperscaler ระดับโลก ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทพลังงาน ไปจนถึงผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ
Data Center ไม่ได้มีแค่เรื่อง ‘เงินลงทุน’
จุดที่น่าสนใจคือ กระทรวงพลังงาน ระบุว่า การขยายตัวของ Data Center ในพื้นที่ EEC ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น และ กฟผ. มีแผนเพิ่มจุดจ่ายไฟและหม้อแปลงในพื้นที่รวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว
ด้าน BOI ก็เริ่มขยับจากบทบาท ‘ส่งเสริมการลงทุน’ มาสู่การคัดกรองและบริหารผลกระทบมากขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ปรับขอบเขตคณะอนุกรรมการให้พิจารณาโครงการ Data Center ครอบคลุมทั้ง พลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ
ก่อนหน้านั้น นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI ก็ระบุว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ภาครัฐจึงต้องบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ พร้อมวางแผนพื้นที่ให้เหมาะสม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย
โจทย์นี้สอดคล้องกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีหารือกับ Google ในสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด โดยรัฐบาลไทยต้องการให้การพัฒนา Data Center เดินควบคู่กับ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการดูแลชุมชนโดยรอบ จึงเป็นสัญญาณว่าโจทย์ของไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ดึง Data Center เข้ามา” ไปสู่ “จะบริหาร Data Center อย่างไร”
จาก ‘ฐานลงทุน’ สู่ ‘ฐาน AI’ ต้องมีอะไรเพิ่ม
Data Center มีความสำคัญมากขึ้นตามการขยายตัวของ Cloud และ AI เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเก็บและประมวลผลข้อมูล แต่การมี Data Center จำนวนมากไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าไทยจะกลายเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค สิ่งที่ต้องตามต่อมีอย่างน้อย 3 เรื่อง
หนึ่ง คือ ไฟฟ้า
ต้องมีไฟฟ้าที่เพียงพอ มีเสถียรภาพ และรองรับความต้องการของ Data Center ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
สอง คือ น้ำและสิ่งแวดล้อม
Data Center รุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญกับระบบระบายความร้อนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สาม คือ คนและธุรกิจไทย
เงินลงทุนจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าไทยสามารถต่อยอดจากการเป็นสถานที่ตั้งของ Data Center ไปสู่การสร้างบุคลากร เทคโนโลยี ผู้ให้บริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศได้หรือไม่
ประเด็นหลังนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักดัน โดยการหารือครั้งล่าสุดกับ Google มีแผนจัดตั้งสถาบันด้าน Data/Open Data เพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้คนไทยและสตาร์ตอัปเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีมากขึ้น
โจทย์ใหม่ของไทย ไม่ใช่แค่การดึง Data Center
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนทำให้เห็นแล้วว่าไทยสามารถดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาได้ ทั้ง Google, AWS, Microsoft รวมถึงผู้ประกอบการไทยและพันธมิตรต่างชาติ แต่สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้จึงเป็น คุณภาพของการลงทุน
เพราะ Data Center หนึ่งแห่งอาจหมายถึงเงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท แต่ในอีกด้านก็หมายถึงความต้องการใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน โครงข่ายโทรคมนาคม และบุคลากรทักษะสูง
รัฐบาลเองเริ่มวางกลไกคัดกรองโครงการและวางแผนระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการลงทุน ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างพูดถึงพลังงานสะอาด ประสิทธิภาพ และการพัฒนาคนมากขึ้น
ดังนั้น หลังภารกิจของนายกรัฐมนตรีในสหรัฐฯ สิ่งที่น่าจับตาอาจไม่ใช่เพียงว่า Google จะลงทุนตามแผนเมื่อไร แต่คือไทยจะเปลี่ยนเงินลงทุน Data Center ที่กำลังเข้ามาเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ธุรกิจดิจิทัล และงานทักษะสูงของคนไทย ได้มากแค่ไหน
เพราะในสมการนี้ Data Center เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่สิ่งที่จะเกิดขึ้นรอบ Data Center ทั้งระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด Cloud AI บุคลากร และธุรกิจไทยที่สามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานชุดนี้ได้
นี่จึงเป็นอีกช่วงเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทย เพราะมูลค่าของ Data Center ไม่ได้อยู่แค่เม็ดเงินลงทุน แต่อยู่ที่ว่าไทยจะต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้เกิดธุรกิจ เทคโนโลยี และทักษะใหม่ในประเทศได้มากแค่ไหน




