กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้านโยบาย MIND ดันอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืน เคาะมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านการเงิน อนุมัติสินเชื่อลดโลกร้อน (Decarbonize Loan) สินเชื่อระยะยาว 7 ปี ดอกเบี้ยต่ำอัตราร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก กรอบวงเงิน 1,500 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน ผ่านการลงทุนด้านเครื่องจักรและสิ่งปลูกสร้าง โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ เร่งขับเคลื่อนนโยบาย MIND 4 มิติ มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความตั้งใจในการยกระดับการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายการดูแลสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ตามแนวทางแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน (BCG) และสอดรับกับการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) และประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Zero Greenhouse Gas Emission ในปี 2065
โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จึงได้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อลดโลกร้อน (Decarbonize Loan) เป็นสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 7 ปี วงเงินสินเชื่อเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก ปีถัดไปคิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินทั่วไปเรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดี หรือ MLR โดยกำหนดกรอบวงเงินสินเชื่อรวมทั้งหมด 1,500 ล้านบาท
เงื่อนไขขอรับสินเชื่อ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
- นิติบุคคลสัญชาติไทย
- ประกอบธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG กลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล หรือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Supply Chain) และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มี
- ต้องการปรับปรุงการดำเนินงานในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงทุนด้านเครื่องจักรกล ด้านสิ่งปลูกสร้าง ด้านกระบวนการผลิต เช่น การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน หรือการปรับมาใช้พลังงานสะอาดทดแทน มีเงื่อนไข ต้องเป็นธุรกิจประเภทผลิตสินค้าและบริการที่มีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือ เป็นธุรกิจประเภทค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีการจ้างงานไม่เกิน 100 คน มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยเงื่อนไปเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ กำหนด
สำหรับหลักประกันในการขอรับสินเชื่อ
- ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นผู้ค้ำประกันเต็มวงเงิน
- มีการใช้สินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์
- วงเงินพิจารณาเป็นไปตามราคาที่ได้รับการประเมิน
- หากเป็นการขอสินเชื่อเพื่อลงทุนในเครื่องจักรกลหรือยานพาหนะ ให้จดทะเบียนเป็นหลักประกันเต็มวงเงินตามที่ได้รับอนุมัติ
- ส่วนของการลงทุนด้านสิ่งปลูกสร้าง กำหนดให้มีการจัดทำประกันภัยแก่หลักทรัพย์ตลอดอายุสัญญา
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ สามารถลงทะเบียนข้อมูลสถานประกอบการได้ที่ http://i.industry.go.th/ และยืนขอสินเชื่อได้ที่ www.thaismefund.com หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 76จังหวัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
ข่าวน่าสนใจ
อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ผลกระทบ ศก.ไทย อะไรบ้าง?