เรียกได้ว่าเป็นแคมเปญการตลาดที่ฮือฮาไม่น้อย สำหรับแคมเปญ “The Golden Moment ฟินไม่พักกับพัคซอจุน” ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสที่โลตัสฉลองการเข้าสู่ปีที่ 30 จัดกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Top Spender 2,500 ท่านแรก จากการซื้อทองจากร้านทอง 5 แบรนด์พันธมิตร หรือสะสมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าทุกร้านในพื้นที่ศูนย์การค้าโลตัส เพื่อรับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟเข้าร่วม Meet & Greet กับ “พัคซอจุน” ศิลปินเกาหลี ในวันที่ 21 ต.ค. 66 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยเหล่าบรรดาแฟนคลับ พัคซอจุน ล้วนเป็นแม่ยกกระเป๋าหนัก หวังได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรด โดยข้อมูลล่าสุด (2 ต.ค.66) พบว่า เขมจิรา เป็นแฟนคลับที่มียอดสะสมใบเสร็จสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ราว 19,635,244 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า 10 อันดับแรก ล้วนมียอดใบเสร็จหลักล้านบาททั้งสิ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยโลตัสจะประกาศผลในวันที่ 11 ต.ค.66 เวลา 10.00 น.
นอกจากนี้ยังพบว่าที่ผ่านมา โลตัส ยังเคยจัดกิจกรรมการตลาด Meet & Greet กับ “คิมซูฮยอน” โดยมีกติกา ว่า ลูกค้าต้องช็อปทองครบ 5,000 บาท และช็อปสินค้าอื่น ๆ จากร้านค้าในศูนย์การค้าหรือศูนย์อาหารโลตัส 1,500 บาทขึ้นไป ถ้าลูกค้าคนไหนมียอดสะสมสูงสุด 100 ลำดับแรก จะได้รับสิทธิ์เป็น VIP นั่งแถวหน้า โดยครั้งนั้น 10 อันดับแรก Top Spender มียอดสะสมรวมกว่า 28 ล้านบาท จึงนำมาสู่การจัดแคมเปญการตลาด Meet & Greet กับ “พัคซอจุน” ครั้งแรกในไทยเพื่อเอาใจแฟนคลับเกาหลี เกาใจ
ไม่เพียงแต่ศิลปินเกาหลีเท่านั้นที่ยอมเปย์หลักล้าน เพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าใกล้บุคคลที่มีชื่อเสียง จริง ๆ ก็มีอีกแวดวงในการดึงเลือกกลยุทธ์ “Idol Marketing” มาใช้ นั่นคือ แวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจ จะเห็นได้ชัดว่าหลายปีมานี้ มีสื่อในไทยหลายเจ้า หันมาจัด Event ขายบัตรเข้าชม เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กลุ่มเป้าหมาย (Target) หรือ กลุ่มลูกค้าหลัก อย่าง นักธุรกิจได้มีโอกาสใกล้ชัดกับคนในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจ
ยกตัวอย่าง สื่อยักษ์ใหญ่ ให้สิทธิ์ในการนั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกับนายกรัฐมนตรี แลกการเป็นบิ๊กเนมในการสนับสนุนการจัดงาน มีข้อมูลว่าหากเอกชนรายใดอยากลุ้นรับสิทธิ์กระทบไหล่นายกรัฐมนตรี อาจจะต้องแลกกับการเป็นสปอนเซอร์ 3 ล้านบาท แลกต่อ 1 เก้าอี้นั่ง และแถมไม่ได้การันตีว่า จะได้นั่งใกล้ชิดมากน้อยในระดับไหน
ด้านผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า การใช้กลยุทธ์ Idol Marketing Marketing ถือเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ โดย Idol หรือ บุคคลที่มีชื่อเสียง เปรียบเสมือนแม่เหล็ก (Magnet) ที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นแฟนคลับของ Idol คนนั้นมาร่วมสนุกแคมเปญ และเข้ามาร่วมสนับสนุนกิจกรรมการขายนั้น เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเข้าถึงตัวศิลปิน หรือ คนดัง และยังตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าแฟนคลับที่ยอมเปย์เงินจนได้เป็น Top Spender เพื่อเป็นการแสดงตัวตนต่อสาธารณชนว่า “ฉันนี่แหล่ะ คือ แฟนคลับตัวจริง”
ผศ.ดร.บุปผา วิเคราะห์ว่ามี 2 ปัจจัยที่จะทำให้การใช้ “Idol Marketing” ประสบความสำเร็จ คือ
- การบริหารจัดการแบรนด์บุคคล (Personal brand) ของ Idol คนนั้น ๆ จะต้องมีจุดเด่นด้านใดด้านหนึ่งชัดเจน และต้องสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ระหว่างผู้ติดตาม หรือ กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงต้องบริหารความสัมพันธ์กับผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นมูลค่าของ Idol ที่แบรนด์จะได้รับจากการจ้างงาน
- นักการตลาด ที่นำกลยุทธ์ Idol Marketing มาใช้ต้องตีโจทย์ให้แตกว่า จะเลือกIdol คนนั้นเพื่อโปรโมทแคมเปญอะไร หวังผลอย่างไร ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“สิ่งที่สำคัญของ Idol Marketing คือ เขาต้องมีฐานแฟนคลับ มีจุดเด่นด้านใด ด้านหนึ่ง ต้องสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) กับ ผู้ติดตาม หรือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target)อย่างเหนียวแน่น ถึงจะประสบความสำเร็จ”
— ผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย
อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เน้นย้ำว่า การใช้กลยุทธ์ Idol Marketing นักการตลาดต้องตีโจทย์แคมเปญที่เปิดตัวออกมาให้ชัดเจนว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีไลฟ์สไตล์อย่างไร กำลังซื้อเท่าไหร่ พฤติกรรมเป็นอย่างไร และสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย (beyond expectation) ให้กลุ่มเป้าหมายได้ ถึงจะคุ้มค่าแทนการหว่านเงินในการตลาดผ่านสื่อมวลชน (Mass Media) ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว ที่เน้นเข้าถึงคนจำนวนมาก ซึ่งหากทำการบ้านได้อย่างครบคลุม ก็จะทำให้แคมเปญการตลาดประสบสำเร็จอย่าง “The Golden Moment ฟินไม่พักกับพัคซอจุน” ที่กำลังเป็นไวรัลในช่วงนี้

ข่าวน่าสนใจ
ค่าเงินบาทอ่อน จากปัจจัยต่างประเทศ




