ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พ.ค. 69 ลดเหลือ 84.7 ต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบกดดัน

17 มิ.ย. 2569 - 14:27

  • ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พ.ค. ลดเหลือ 84.7 สะท้อนภาคผลิตยังชะลอตัว

  • ห่วงต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และปัญหาแรงงาน กระทบความสามารถแข่งขัน

  • อิเล็กทรอนิกส์-AI ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะรัฐอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พ.ค. 69 ลดเหลือ 84.7 ต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบกดดัน

ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ลดต่อเนื่อง เหตุต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบสูง กดดันภาคผลิต

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 84.7 ลดลงจาก 85.3 ในเดือนเมษายน สะท้อนภาคการผลิตไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. เผย การปรับตัวลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมมีสาเหตุสำคัญจากภาคการผลิตที่ยังชะลอตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

ขณะเดียวกัน การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดภายในประเทศรุนแรงขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและวัตถุดิบ ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ และกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน ทั้งก่อสร้าง เกษตร และการผลิต ส่งผลต่อกำลังการผลิตและประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญต่อการขนส่งพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ เช่น แนฟทาและปุ๋ยเคมี ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก บรรจุภัณฑ์ และเกษตรแปรรูป

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลักดันความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านมาตรการภาครัฐยังมีส่วนช่วยพยุงภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผ่อนผันหลักเกณฑ์การคำนวณค่า K เพื่อบรรเทาผลกระทบต้นทุนวัสดุก่อสร้างแก่ผู้รับเหมาภาครัฐ และการขยายระยะเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง

ผลสำรวจผู้ประกอบการ 1,347 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าปัจจัยที่สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือภาวะเศรษฐกิจในประเทศ คิดเป็น 75.7% รองลงมาคือการเข้าถึงสินเชื่อ 34.3% สะท้อนความท้าทายของภาคธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 91.8 ลดลงจาก 92.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยผู้ประกอบการยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนการผลิตไปยังราคาสินค้าและบริการ

ทั้งนี้ ส.อ.ท. มองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจและภาคการผลิตในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ราว 0.6-0.8%

พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐขยายมาตรการอุดหนุนน้ำมันสำหรับภาคขนส่ง เร่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ผ่านกลไก Supply Chain Financing และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาเป็นทางเลือกด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

fti-industrial-confidence-may-2026-energy-cost-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์