บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอ เพิ่มน้ำหนัก “เฟดลดดอกเบี้ย”
อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว ทำให้นักลงทุนเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
การเมืองสหรัฐฯ ปั่นป่วน กดดันความเชื่อมั่นตลาด
ตลาดการเงินโลกยังเผชิญแรงกดดันจากประเด็นการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะการพิจารณาของศาลสูงเกี่ยวกับความชอบธรรมในการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจกระทบทิศทางสินทรัพย์การเงินในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน กรณีที่ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนทางกฎหมาย ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และหากแรงกดดันทางการเมืองทวีความรุนแรง จะยิ่งหนุนบทบาทของทองคำในฐานะ Safe Haven
ภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง ดันดีมานด์สินทรัพย์ปลอดภัย
GCAP GOLD ชี้ว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐฯ ต่อกรณีกรีนแลนด์ รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านที่ยืดเยื้อ สร้างความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจโลก และกระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาทองคำมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ลงทุน: รอย่อซื้อ ลุ้นทำสถิติใหม่
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นทำ All-Time High ใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยแนะนำกลยุทธ์ “รอย่อซื้อ” ที่แนวรับสำคัญ 4,545 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ $4,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ทองคำไทยราว 67,800 – 67,500 บาท) ด้านแนวต้านประเมินไว้ที่ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 69,200 บาท) และหากทะลุผ่านได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 69,800 บาท ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของทองคำไทย




