สมาคมค้าทองคำรายงานความเคลื่อนไหวของราคาทองคำเช้านี้ (27 เม.ย. 69) ราคาทองคำแท่ง 96.5% วันที่ 27 เม.ย. 2569 เปิดตลาด (ครั้งที่ 1 เวลา 09:02 น.) รับซื้อ 71,850 บาท / ขายออก 72,050 บาท (เปลี่ยนแปลง -150 บาท) อัปเดตล่าสุด (ครั้งที่ 4 เวลา 09:51 น.) รับซื้อ 72,000 บาท / ขายออก 72,200 บาท (เปลี่ยนแปลง +50 บาท จากครั้งก่อนหน้า / ทรงตัวเทียบวันก่อนหน้า)
ด้านฮั่วเซ่งเฮง รายงานความเคลื่อนไหวราคาทองคำผ่านบทวิเคราะห์ประจำสัปดาห์ โดยระบุว่า ปัจจัย Bullish (หนุนราคาทอง) กระบวนการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่อาจล่าช้า หลัง ส.ว. ทิลลิส ประกาศถ่วงเวลารับรองวอร์ช ขณะที่ความไม่แน่นอนภายในเฟดอาจเป็นแรงหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ หากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1 ประกาศออกมาอ่อนแออีกด้านหนึ่ง ก็อาจเพิ่มแรงซื้อทองได้เช่นกัน
ปัจจัย Bearish (กดดันราคาทอง) ช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด ส่งผลให้ราคาพลังงานสูง เงินเฟ้อพุ่ง เฟดลดดอกเบี้ยยากขึ้น และดอลลาร์แข็งค่า นอกจากนี้ ตลาด CME FedWatch คาดการณ์ 99.5% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ในการประชุม FOMC ครั้งนี้ ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ อีกทั้งยังต้องติดตามผลการประมูลพันธบัตรอายุ 2 ปี และตัวเลข GDP สหรัฐฯ
ภาพรวมสถานการณ์
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง หลังการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง และอิหร่านยังคงยึดเรือ–โจมตีเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ แม้ปธน. ทรัมป์จะประกาศขยายเวลาหยุดยิงแบบไม่มีกำหนดตั้งแต่ 21 เม.ย. แล้วก็ตาม แต่ทางอิหร่านมองว่าการที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์จึงยกเลิกคณะผู้แทนที่จะเดินทางไปหารือที่ปากีสถาน โดยระบุว่าหากอิหร่านต้องการเจรจา ก็ให้โทรติดต่อมาเอง
การประชุม FOMC ครั้งสุดท้ายของพาวเวล
ในคืนวันที่ 29–30 เม.ย. (ตามเวลาไทย) เฟดจะประชุม FOMC เพื่อตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เตือนว่าสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านกำลังสร้าง Supply Shock ขนาดใหญ่ ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งผ่านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งค่าโดยสารเครื่องบิน ราคาอาหาร ของชำ และปุ๋ย จนเริ่มส่งสัญญาณ Stagflation ที่น่ากังวล วิลเลียมส์ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 สู่ระดับ 2.75%–3% และยืนยันจะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม สอดคล้องกับที่ตลาด CME FedWatch คาดการณ์ถึง 99.5% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75%
ดราม่าแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่
สิ่งที่ตลาดจับตามากกว่าผลการประชุมเฟด คือความไม่แน่นอนในกระบวนการแต่งตั้ง เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ โดย ส.ว. ทอม ทิลลิส (พรรครีพับลิกัน) ประกาศถ่วงเวลารับรองวอร์ชออกไป จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะยุติการสอบสวนทางอาญาต่อนายพาวเวล ด้าน ส.ว. เอลิซาเบธ วอร์เรน (พรรคเดโมแครต) ตั้งคำถามถึงสินทรัพย์ที่วอร์ชปฏิเสธเปิดเผย โดยกังวลว่าอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจของทรัมป์หรือองค์กรต่างประเทศ
หากกระบวนการล่าช้า พาวเวลจะต้องนั่งรักษาการต่อแม้หมดวาระ 15 พ.ค. นี้ ซึ่งอาจสร้างภาวะสุญญากาศและส่งผลบวกต่อราคาทองจากความไม่แน่นอนภายในเฟดเอง
GDP สหรัฐฯ และการประมูลพันธบัตร
คืนวันที่ 30 เม.ย. สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งที่ 1) โดย IMF คาด GDP สหรัฐฯ ปี 2026 อาจโตถึง 2.4% อย่างไรก็ตาม พาวเวลยอมรับว่ายังไม่มีใครรู้ขนาดผลกระทบจากราคาน้ำมัน หากพุ่งสูงต่อเนื่องนาน จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อการบริโภคและรายได้จริงของประชาชน
วันที่ 27 เม.ย. นี้ยังมีการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการประมูลในช่วง ก.พ.–มี.ค. แสดงสัญญาณอ่อนแอ ทั้ง High Yield พุ่งจาก 3.455% สู่ 3.936% และ Bid-to-Cover Ratio ลดลงจาก 2.63 เท่า เหลือ 2.44 เท่า สะท้อนว่าตลาดกำลัง Price-in ภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
แนวโน้มราคาทองคำ
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกสัปดาห์นี้ ฮั่วเซ่งเฮง คาดว่าจะ Sideways หลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,760 ดอลลาร์แล้วย่อตัวลง แนวรับอยู่ที่ 4,550 และ 4,400 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,760 และ 4,860 ดอลลาร์ (แนว Fibonacci 0.618) หากทะลุขึ้นได้ อาจไปทดสอบ 5,000 ดอลลาร์ (Fibonacci 0.5) ต่อไป
สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาปรับลงบริเวณ 71,100 บาท / จุดตัดขาดทุน 70,600 บาท / แนวต้าน 72,500 และ 73,000 บาท





