ปัจจุบันปัญหา “ขยะ” กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเมืองใหญ่ การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กำลังถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการลดภาระของระบบกำจัดขยะ และเพิ่มโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
ล่าสุด GrabFood (แกร็บฟู้ด) แพลตฟอร์มสั่งอาหารรายใหญ่ของไทย จับมือกับ Trash Lucky (แทรชลัคกี้) สตาร์ทอัพด้านสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการนำร่อง “GrabFood ร้านรักษ์โลก พร้อมคัดแยก” เพื่อส่งเสริมให้ร้านอาหารคัดแยกขยะรีไซเคิลภายในร้านอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันให้ขยะเหล่านี้กลับเข้าสู่วงจรรีไซเคิลแทนการถูกนำไปฝังกลบ
โครงการดังกล่าวสอดรับกับนโยบาย “ร้านนี้ไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร โดยตั้งเป้านำขยะรีไซเคิลเข้าสู่ระบบให้ได้ไม่น้อยกว่า 10 ตัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน

เปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็นทรัพยากรและรายได้
แนวคิดสำคัญของโครงการคือการทำให้ร้านอาหารเห็นว่าขยะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า หากได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้อง ร้านอาหารที่เข้าร่วมจะได้รับความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ รวมถึงแนวทางลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทางตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle
ขยะที่ผ่านการคัดแยกจะถูกจัดเก็บและนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลโดย Trash Lucky ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนขยะเป็นรายได้ และติดตามข้อมูลปริมาณขยะที่นำเข้าสู่ระบบ รวมถึงปริมาณคาร์บอนที่สามารถลดได้ผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท

อีกก้าวของ Grab กับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ
ที่ผ่านมา Grab ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านโครงการ GrabEV ซึ่งปัจจุบันมีรถ EV บนแพลตฟอร์มมากกว่า 30,000 คัน การสนับสนุนโครงการชดเชยคาร์บอนผ่าน Green Programme รวมถึงการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งผ่านฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” ซึ่งช่วยลดการใช้ช้อนส้อมพลาสติกไปแล้วกว่า 5,000 ล้านชุด นับตั้งแต่ปี 2564
สำหรับโครงการ “ร้านรักษ์โลก พร้อมคัดแยก” จะเป็นการต่อยอดความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมไปยังกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่สร้างขยะจำนวนมากในแต่ละวัน
วิกฤตขยะไทยยังน่ากังวล
ด้าน ณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Trash Lucky ระบุว่า ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาขยะจำนวนมหาศาล โดยมีขยะที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้กว่า 2.24 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 25% เท่านั้นที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์
ขณะที่อีก 75% ยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ เผาทำลาย หรือหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การเพิ่มอัตราการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าว
Trash Lucky ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 30,000 คน สามารถช่วยนำขยะเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้แล้วกว่า 750 ตัน และมองว่าการขยายความร่วมมือไปยังภาคธุรกิจร้านอาหารจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดการขยะของประเทศได้มากขึ้น

ร้านอาหารต้นแบบสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งอุตสาหกรรม
โครงการนำร่องครั้งนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมหลายแบรนด์ อาทิ Emily’s Chicken Noodles, Greyhound Café, Hommi บะหมี่ไข่ดอง, Plantiful, Good Roots และเนื้อแคมป์ไฟ นอกจากการคัดแยกขยะแล้ว ร้านอาหารเหล่านี้ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อลดขยะอาหาร และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงานภายในร้าน
ความร่วมมือระหว่าง GrabFood และ Trash Lucky จึงไม่ใช่เพียงโครงการจัดการขยะระยะสั้น แต่เป็นการทดลองสร้างโมเดลใหม่ให้ธุรกิจร้านอาหารมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มากขึ้น พร้อมพิสูจน์ว่าการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางสามารถเกิดขึ้นได้จริงในภาคธุรกิจ และอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดการขยะเมืองในอนาคต




