GULF ส่งต่อเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติให้ลาว เพิ่มข้อมูลรับมือไฟป่าและ PM2.5
ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อคุณภาพอากาศของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ควันและฝุ่นละอองสามารถเคลื่อนตัวข้ามพื้นที่และพรมแดน ทำให้การแก้ปัญหาไม่สามารถอาศัยการจัดการเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้
หนึ่งในเครื่องมือที่มีความสำคัญต่อการรับมือปัญหาดังกล่าวคือ ข้อมูลคุณภาพอากาศจากพื้นที่จริง เพราะการตรวจวัดอย่างต่อเนื่องช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตามระดับมลพิษ ประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ และใช้ประกอบการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากไฟป่าและหมอกควันได้ การเพิ่มจุดตรวจวัดจึงช่วยให้เห็นสถานการณ์ในพื้นที่ได้ละเอียดขึ้น และเป็นข้อมูลสำหรับการประสานงานเมื่อเกิดปัญหามลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน
ด้วยเหตุนี้ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จึงร่วมกับภาครัฐสนับสนุน เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ ให้แก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อเพิ่มเครื่องมือสำหรับติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ และสนับสนุนการเฝ้าระวังไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
การส่งมอบครั้งนี้นำโดย สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในโอกาสที่ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป.ลาว พร้อมคณะผู้แทน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือทวิภาคีและร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างไทยและ สปป.ลาว
พิธีดังกล่าวมี สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับความสำคัญของเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ อยู่ที่การช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการประเมินสถานการณ์มลพิษ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่มีความผันผวนตามสภาพอากาศและกิจกรรมการเผาในพื้นที่
เมื่อเกิดไฟป่าหรือหมอกควัน การมีข้อมูลจากหลายพื้นที่ช่วยให้หน่วยงานมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศได้ชัดเจนขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางมาตรการควบคุม รวมถึงการแจ้งเตือนและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในกรณีของมลพิษข้ามพรมแดน ข้อมูลจากพื้นที่ต้นทางและพื้นที่ได้รับผลกระทบยังเป็นส่วนสำคัญต่อการทำความเข้าใจสถานการณ์ร่วมกันระหว่างประเทศ
การสนับสนุนเครื่องตรวจวัดอากาศให้แก่ สปป.ลาว จึงเชื่อมโยงกับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมของไทยและลาว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน ไปจนถึงการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การใช้เทคโนโลยีสำรวจระยะไกล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
สำหรับการสนับสนุน GULF เป็นอีกส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ต้องการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และสอดคล้องกับแนวทางภายใต้ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)
การมีเครื่องมือและข้อมูลที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าปัญหาไฟป่าหรือ PM2.5 จะลดลงทันที แต่ช่วยเพิ่มความพร้อมในการติดตามสถานการณ์และจัดการกับปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ขณะที่การประสานข้อมูลระหว่างไทยและ สปป.ลาว จะมีความสำคัญต่อการรับมือมลพิษที่เคลื่อนตัวข้ามพรมแดน และเป็นพื้นฐานของความร่วมมือด้านคุณภาพอากาศในระดับภูมิภาคต่อไป





