Healthylicious เปิดเกม ‘นวัตกรรมอาหาร’ จากไอเดียสู่ตลาดจริง
50 ทีมชิงพื้นที่ต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพี ก่อนเฟ้น 5 Finalists ขึ้นเวที CP Innovation Exposition 2026
เมื่อ ‘นวัตกรรมอาหาร’ ไม่ได้หยุดอยู่บนกระดาษ โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการจึงขยับจากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ ไปสู่ความสามารถในการพิสูจน์ตลาด สร้างความแตกต่าง และขยายธุรกิจให้เติบโตได้จริง
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านโครงการ “Healthylicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” หนึ่งในกิจกรรมของมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ SMEs และนักนวัตกรรมจากทั่วประเทศนำเสนอผลงานภายใต้แนวคิด Innovative • Healthy • Delicious
ปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 50 ทีม ครอบคลุม 5 กลุ่มนวัตกรรม ได้แก่ Food, Beverage, Snack, Supplement และ Ingredient Technology จุดที่น่าสนใจคือ กว่า 90% ของผู้สมัครมีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดแล้ว สะท้อนระดับความพร้อมของนวัตกรรมอาหารไทยที่กำลังขยับจาก ‘ต้นแบบ’ ไปสู่ ‘ธุรกิจ’
5 กลุ่มนวัตกรรม สะท้อนตลาดอาหารที่กำลังเปลี่ยน
โครงสร้างผลงานที่เข้าสู่โครงการสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างชัดเจน โดยกลุ่ม Food มีสัดส่วน 26% ตามด้วย Beverage 24%, Snack 22%, Supplement 17% และ Ingredient Technology 11%
ผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมมีตั้งแต่เครื่องดื่มจากการหมัก อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนทางเลือก อาหารสำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ผลิตภัณฑ์จากพืช ไปจนถึงขนมเพื่อสุขภาพ รวมถึงการนำวัตถุดิบท้องถิ่นและผลผลิตหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลับมาสร้างมูลค่าใหม่
จุดเปลี่ยนจึงอยู่ที่ ‘นวัตกรรม’ ไม่ได้หมายถึงการออกสินค้าใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต เทคโนโลยี ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค
โดยเฉพาะ Ingredient Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมต้นน้ำของห่วงโซ่อาหาร มีศักยภาพในการต่อยอดได้หลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ส่วนผสมใหม่ วัตถุดิบฟังก์ชัน เทคโนโลยีเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงกระบวนการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
จาก ‘ของดี’ สู่ ‘ของขาย’ คือด่านสำคัญ
ความน่าสนใจของ Healthylicious อยู่ที่ระดับความพร้อมของผู้สมัคร ผลงานส่วนใหญ่ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบตลาดมาแล้ว มีต้นทุน ราคา กระบวนการผลิต และประสบการณ์จากผู้บริโภคจริงเป็นฐานในการต่อยอด
สถานะดังกล่าวทำให้เวทีนี้มีมิติแตกต่างจากการประกวดที่เริ่มต้นจากแนวคิดเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกมี “โจทย์ธุรกิจ” ติดมาด้วยแล้ว ทั้งเรื่องตลาด ความต้องการของลูกค้า ต้นทุนการผลิต และโอกาสในการขยายสเกล
สำหรับธุรกิจอาหาร การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ตัดสินศักยภาพในระยะต่อไปคือความสามารถในการเชื่อมผลิตภัณฑ์เข้ากับตลาด และเปลี่ยนความต้องการของผู้บริโภคให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจ
พลรัช วานิชกุล ผู้อำนวยการ CPF VENTURES ในฐานะผู้จัดการและกรรมการคัดเลือกโครงการประกวด Healthylicious มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026 กล่าวว่า เวที Healthylicious ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และความเข้าใจลูกค้า เพราะสององค์ประกอบนี้เป็นฐานสำคัญของการเติบโตและการขยายธุรกิจร่วมกับเครือซีพี พร้อมมองว่าการทำให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแรงขึ้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศตามไปด้วย

4 ด่านคัดเข้ม ก่อนเหลือ 5 ทีมสุดท้าย
กระบวนการคัดเลือกจะพิจารณา 4 มิติหลัก ได้แก่ Product Concept ความชัดเจน ความแตกต่าง และคุณค่าของผลิตภัณฑ์, Consumer Insight ความเข้าใจผู้บริโภคและตลาด, Offer Direction ศักยภาพในการต่อยอด และ Team Readiness ความพร้อมของทีม
จากผู้สมัครกว่า 50 ทีม คณะกรรมการจะคัดเหลือ 30 ทีม เพื่อเข้าสู่ Pitching Workshop วันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยเน้นการยกระดับทักษะการนำเสนอ มุมมองทางการตลาด โมเดลธุรกิจ และแนวทางสร้าง Synergy กับธุรกิจภายในเครือซีพี
จากนั้นคัดเหลือ 10 ทีม เข้าสู่รอบ Pitching วันที่ 3 กันยายน 2569 โดยประเมินศักยภาพทางการตลาด ความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ ความสามารถในการขยายสเกล และโอกาสในการต่อยอด
ปลายทางคือการเฟ้นหา 5 Finalists เข้าสู่รอบ Final Pitching วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 เพื่อเสนอผลงานต่อคณะกรรมการระดับผู้บริหาร และชิงโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับเครือซีพี
เมื่อธุรกิจรายเล็กมีทางเชื่อมเข้าสู่ตลาดใหญ่
ในภาพกว้าง Healthylicious จึงมีนัยต่อระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยมากกว่าการค้นหาผู้ชนะจากเวทีแข่งขัน เพราะเป็นการนำผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์และตลาดอยู่แล้วเข้ามาเชื่อมกับองค์ความรู้ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ มุมมองด้านการตลาด และช่องทางธุรกิจของเครือซีพี
หากกระบวนการดังกล่าวสามารถเปลี่ยน “ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ” ให้กลายเป็น “ธุรกิจที่ขยายได้” ผลลัพธ์จะส่งต่อไปยังห่วงโซ่เศรษฐกิจ ตั้งแต่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตร การสร้างงาน ไปจนถึงการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในตลาดอาหารแห่งอนาคต
จากกว่า 50 ไอเดีย สู่ 30 ทีม จากนั้นเหลือ 10 และปิดเกมที่ 5 Finalists เส้นทางของ Healthylicious จึงกำลังเปลี่ยนเวทีประกวดให้กลายเป็นสนามพิสูจน์ว่า นวัตกรรมอาหารไทยรายใดมีศักยภาพพอที่จะก้าวจาก ‘สินค้าที่ขายได้’ ไปสู่ ‘ธุรกิจที่เติบโตได้’





