การตลาดสำหรับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ซึ่งเน้น ‘แข่งความหอม’ เป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เห็นได้จากผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มไฮยีน (Hygiene) ซึ่งออกผลิตภัณฑ์กลิ่นใหม่ “ไฮยีน เนเจอร์ บูสเตอร์ (Hygiene Nature Booster)” และพาออกมาให้ผู้คนได้สัมผัส สูดดมอย่างใกล้ชิด กับกิจกรรม On ground Event ที่ใจกลางสยาม ท่ามกลางการตื่นตะลึงของผู้คน หลังการนำพากลิ่นมาให้ผู้คนได้สัมผัสนั้น ไม่ใช่การหยิบกระดาษเทสต์กลิ่น มาแจกผู้คนอีกต่อไป แต่เป็นการทำ ‘บิลบอร์ดมีกลิ่น’ มาให้คนได้เข้าไปสัมผัสกลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างใกล้ชิด ซึ่ง ณ จุดนี้ ถือครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งใช้บิลบอร์ดไปวางตั้ง
ชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์ และ Commercial เผยว่า กลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย ‘ความหอม’ ถือเป็นจุดหลัก ที่ไอ.พี. วัน ต้องการให้ผู้บริโภค ได้สัมผัสกลิ่นใหม่ ที่มีความหอมแบบธรรมชาติ จึงออกผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด “ไฮยีน เนเจอร์ บูสเตอร์ (Hygiene Nature Booster)” และนำเทคโนโลยี Nature Booster ความหอมสกัดจากธรรมชาติ 100% สร้างสรรค์นวัตกรรมความหอมเหมือนธรรมชาติโอบกอด ซึ่งความตั้งใจ บวกการสร้างสรรค์อีเวนท์ นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดงาน และใช้นวัตกรรมกับตัวสินค้า ถือว่า เป็นจุดแข็งจุดขายที่ถูกใจผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

โดยงานนี้นอกจากจะเป็นการสร้างความแตกต่างแล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทายกลิ่นว่าเป็นความหอมจากสินค้าอะไร คำตอบจากผู้บริโภคกว่า 1,000 คน ต่างลงความเห็นว่าเป็น ‘ไฮยีน’ เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ เนเจอร์ บูสเตอร์ มีกลิ่นหอมสดชื่นฮีลใจ ให้ความรู้สึกถูกโอบกอดจากธรรมชาติ เสมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ คล้ายน้ำหอมเนเชอรัลเคาว์เตอร์แบรนด์ และเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปา กันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ นอกจากจุดเด่นเรื่องกลิ่นหอมแล้ว ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ‘ไฮยีน เนเจอร์ บูสเตอร์’ (Hygiene Nature Booster) ยังเปลี่ยนเป็นสูตรที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ หรือไบโอดีเกรดเดเบิล (Biodegradable) มากว่า 30 ปี เพื่อลดมลพิษในธรรมชาติ อีกการตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ ไอ.พี. วัน นำแบรนด์ไฮยีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นผู้เล่นที่มีความโดดเด่นในตลาด FMCG (Fast-moving consumer goods)
“ไฮยีน (Hygiene) ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เป็นความภาคภูมิใจของ ไอ.พี. วัน ที่มุ่งมั่นพัฒนามาอย่างต่อเนื่องด้วยการนำนวัตกรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาการดูแลผ้า โดยปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่แบรนด์ไฮยีนก็ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าเสมอ เพื่อเพิ่มการจดจำแบรนด์และขยายฐานผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้แบรนด์ ไฮยีน เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายจนได้การยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในตลาดประเทศไทยและต่างชาติ การันตีด้วยการที่แบรนด์สามารถคว้ารางวัล Kantar Brand Footprint Award 2022 Thailand โดย ไฮยีน เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน ติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อน”
— ชยนต์ กล่าว




