IMF เตือน AI กระทบงานทั่วโลก 40% จับตาคนรุ่นใหม่เสี่ยงตกขบวน ขณะที่ Small AI เปิดโอกาสเศรษฐกิจเกิดใหม่

12 ต.ค. 2569 - 15:48

  • IMF เตือน AI กระทบงานทั่วโลก 40% ทั้งเพิ่มผลิตภาพ เปลี่ยนลักษณะงาน และลดบางตำแหน่ง

  • จับตาคนรุ่นใหม่เสี่ยงตกขบวน เมื่องานระดับเริ่มต้นลดลง รัฐต้องเร่งปรับทักษะและระบบการศึกษา

  • AI เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจเอเชีย IMF ประเมินอาจหนุนการเติบโต 0.2–1 จุดเปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ

IMF เตือน AI กระทบงานทั่วโลก 40% จับตาคนรุ่นใหม่เสี่ยงตกขบวน ขณะที่ Small AI เปิดโอกาสเศรษฐกิจเกิดใหม่

เวที WBG Flagship: Small AI: More and Better Jobs เปิดมุมมองผู้นำเศรษฐกิจโลกต่ออนาคตตลาดแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า งานทั่วโลกประมาณ 40% อาจได้รับผลกระทบจาก AI ขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นที่ลดลง ด้านธนาคารโลกชี้ว่า Small AI หรือ AI ขนาดเล็ก สามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศกำลังพัฒนา หากมีโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายรองรับที่เหมาะสม

การเสวนาครั้งนี้มีผู้นำสำคัญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF และธาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ โดยมีประเด็นร่วมสำคัญคือ การทำให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทนแรงงาน

IMF เตือนงานทั่วโลก 40% ได้รับผลกระทบ จับตาคนรุ่นใหม่

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ระบุว่า ผลกระทบจาก AI ต่อตลาดแรงงานเปรียบเสมือน “สึนามิที่เคลื่อนตัวช้า” ซึ่งจะทยอยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงานทั่วโลก โดย IMF ประเมินว่า งานประมาณ 40% อาจได้รับผลกระทบ ทั้งในรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงลักษณะงาน หรือการลดและยกเลิกบางตำแหน่ง

สำหรับประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า สัดส่วนงานที่อาจได้รับผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 60% ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำอยู่ที่ประมาณ 23% ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนว่าประเทศเหล่านี้ยังมีการนำ AI มาใช้อย่างจำกัด ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้รับผลกระทบในอนาคต

กอร์เกียวายกตัวอย่างผลการศึกษาในสหรัฐฯ ที่พบว่า งานประมาณ 10% ต้องการทักษะด้าน AI แล้ว โดยตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะดังกล่าวมีแนวโน้มได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า ขณะที่งานซ้ำซ้อนกำลังลดลง และงานที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งอยู่ในภาคก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและบริการ ซึ่งมีทั้งตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะและงานค่าจ้างต่ำ

Imf-ai-small-new-gen-SPACEBAR-Photo01.jpg

สิ่งที่น่ากังวลคือ คนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพราะงานระดับเริ่มต้นที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นในการสะสมประสบการณ์และพัฒนาทักษะ อาจลดลงจนทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงโอกาสในการเติบโตทางอาชีพได้ยากขึ้น

กอร์เกียวาเสนอให้รัฐบาลเร่งติดตามข้อมูลตลาดแรงงาน ปรับระบบการศึกษาให้รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และทบทวนโครงสร้างรายได้ภาครัฐ เนื่องจากหากเศรษฐกิจพึ่งพาเงินทุนและเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนแรงงานเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจำเป็นต้องประเมินว่าจะจัดเก็บรายได้อย่างไรให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนการปรับตัวของสังคม

World Bank ชู Small AI เพิ่มผลิตภาพ สร้างงานจากปัญหาท้องถิ่น

อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า การสร้างงานเป็นภารกิจสำคัญของธนาคารโลก โดยประชากรวัยหนุ่มสาวประมาณ 1,200 ล้านคนทั่วโลกจะมีอายุครบ 18 ปีภายใน 15 ปีข้างหน้า หากประเทศต่าง ๆ สามารถเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ การศึกษา และทักษะ พร้อมสร้างโอกาสในการทำงาน ก็จะเปลี่ยนจำนวนประชากรวัยแรงงานให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ได้

บังกาเน้นว่า การสร้างงานไม่ได้หมายถึงการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กเท่านั้น แต่รวมถึงการเป็นผู้ประกอบการและการสร้างผลิตภาพให้แก่สังคม โดยภาครัฐต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน วางนโยบายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ และลดความเสี่ยงเพื่อดึงดูดเงินทุนเอกชน ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา บังกามองว่าไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยการสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับ Small AI ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะด้านและตอบโจทย์บริบทท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และธุรกิจรายย่อย

ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ช่วยบุคลากรในคลินิกปฐมภูมิของอินโดนีเซียประเมินอาการเบื้องต้นและประสานการส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือช่วยเกษตรกรในอินเดียตรวจสอบโรคพืชและเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ประกันภัยพืชผล สินเชื่อ และตลาดรับซื้อ

บังการะบุว่า ภาคส่วนที่มีศักยภาพสร้างงานไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม โดย AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น

ประธานาธิบดีสิงคโปร์ชี้ เศรษฐกิจโตแต่การจ้างงานไม่โต เสี่ยงขยายช่องว่างแรงงาน

ธาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ กล่าวว่า หลายประเทศกำลังเผชิญความท้าทายที่เศรษฐกิจเติบโต แต่การจ้างงานกลับไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน โดยเห็นได้จากจีน อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากไม่มีมาตรการรองรับ AI อาจยิ่งขยายช่องว่างระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการสร้างงาน

เขาเตือนถึงความเสี่ยงที่แรงงานระดับกลางจะสูญเสียโอกาส เมื่อ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะงาน พร้อมชี้ว่าประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรละทิ้งภาคการผลิต เพราะยังมีโอกาสดึงดูดการลงทุนและยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ พลังงานสีเขียวยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ทั้งช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน รองรับความต้องการไฟฟ้าจากเศรษฐกิจ AI และสร้างงานควบคู่กัน โดยธาร์มันระบุว่า การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนสามารถสร้างงานได้ประมาณ 3 เท่าของการลงทุนในพลังงานฟอสซิล เมื่อใช้เงินลงทุนในระดับเดียวกัน

อีกประเด็นที่ธาร์มันให้ความสำคัญคือการรักษาโอกาสในการทำงานแรกของบัณฑิตจบใหม่ โดยรัฐบาลควรร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการรับคนรุ่นใหม่เข้าทำงาน เพราะงานแรกเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมทักษะ ประสบการณ์ และโอกาสเติบโตในอาชีพ

ขณะเดียวกัน ระบบอุดมศึกษาควรเพิ่มการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เช่น การฝึกงานและการทำงานร่วมกับบริษัท ลดการพึ่งพาความรู้เชิงวิชาการเพียงอย่างเดียว พร้อมพัฒนาทักษะที่หลากหลายและความสามารถในการเรียนรู้ต่อเนื่อง เพื่อให้แรงงานปรับตัวได้เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง

Imf-ai-small-new-gen-SPACEBAR-Photo02.jpg

AI จะสร้างโอกาสได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศ

กอร์เกียวาระบุว่า การลงทุนใน AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ผ่านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและการพัฒนาเทคโนโลยี โดยสหรัฐฯ จีน และอินเดียเป็นผู้เล่นสำคัญในการผลิต AI ขณะที่หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม โอกาสสำคัญในระยะต่อไปอยู่ที่การนำ AI ไปใช้งานจริง ซึ่งสามารถเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมได้กว้างขวางขึ้น หากมีไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทักษะบุคลากร และระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม

IMF ประเมินว่า การนำ AI มาใช้อาจช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชียประเทศพัฒนาแล้วประมาณ 0.5–1 จุดเปอร์เซ็นต์ และในเอเชียเศรษฐกิจเกิดใหม่ประมาณ 0.2–0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้ของแต่ละประเทศ

ภาพรวมจากเวที WBG Flagship: Small AI: More and Better Jobs สะท้อนว่า ความท้าทายของเศรษฐกิจ AI ไม่ได้อยู่ที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ตั้งแต่การสร้างงานคุณภาพ การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการรักษาโอกาสเริ่มต้นอาชีพของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์