กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ลงสู่ระดับ 3.0% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกทวีความรุนแรงขึ้น
IMF เตือนความเสี่ยงสูงท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง
เปตยา โคเอวา บรูคส์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IMF ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนสะท้อนให้เห็นความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่ล้อมรอบแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดย IMF จะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศยุติการหยุดยิงกับเตหะราน
การปรับลดครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบปี และตัวเลข 3.0% ยังถือเป็นการชะลอตัวจากปี 2567 ด้านอัตราเงินเฟ้อโลกคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.7% ในปีนี้ สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน
นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น แม้ข้อตกลงชั่วคราวจะทำให้การขนส่งพลังงานกลับมาได้บ้าง แต่การสู้รบก็กลับมาอีกครั้ง โคเอวา บรูคส์ ประเมินว่าภาวะปกติจะค่อยๆ ฟื้นตัวภายในสามไตรมาส
AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลก
ท่ามกลางความเสี่ยง ความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยช่วยพยุงเศรษฐกิจโลก โดย IMF คาดว่าการเติบโตโลกจะฟื้นตัวแบบ V-shape สู่ระดับ 3.4% ในปี 2570
ผลกระทบต่างกันในแต่ละภูมิภาค
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ 2.3% ขณะที่ตะวันออกกลางและเอเชียกลางถูกปรับลด 1.2 จุดสู่ 0.7% ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในเอเชียตลาดเกิดใหม่พุ่งถึง 30% ส่วนจีนถูกปรับเพิ่มเล็กน้อยสู่ 4.6%
ไทยติดกลุ่มผู้ส่งออก AI ฮาร์ดแวร์ยืดหยุ่น
IMF ระบุว่า ไทย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ในฐานะผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI สุทธิรายใหญ่สี่อันดับแรก ยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ แม้จะเผชิญกับผลกระทบจากสงคราม




