กินข้าวต้มตามร้านครั้งล่าสุดเมื่อไหร่? บางคนจำไม่ได้แล้ว บางคนนึกภาพไม่ออกว่าร้านข้าวต้มที่ว่านี้หน้าตาอย่างไร
หากเป็นคนยุค GEN X และ Baby Boommer จะจำร้านข้าวต้มกุ๊ยได้ดี อาจเป็นร้านที่แวะกินตอนเย็น หรือร้านที่แวะกินหลังไปสังสรรค์มา มีให้เลือกหลายๆ ร้านในหลายย่านถนน ที่เก่าแก่ดั้งเดิมเช่นร้านข้าวต้มถนนแปลงนาม ข้าวต้มหน้าวัดบวรนิเวศน์ นิยมข้าวต้ม ร้านแบบดั้งเดิม ที่คุ้นเคย และผ่านกาลเวลามานาน
แต่เวลานี้ จะโหยหาร้านข้าวต้มแนวอนุรักษ์ แต่มีการปรับให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ตอบสนองความต้องการคนรุ่นเก่า และสร้างความประทับใจให้คนรุ่นใหม่ จึงไม่แปลกที่จะมีร้านแนวนี้มากขึ้น ไม่ได้เฉพาะร้านข้าวต้มอย่างเดียว
โค-ร-ต Korata ที่สยามสแควร์ ซอย 3 คือร้านข้าวต้มยุคนี้ ให้ลืมภาพร้านข้าวต้มเดิมๆ ไปให้หมด เพราะหน้าตาชื่อร้านคือมาแนวโมเดิร์นทั้งหมด การใช้สีที่สดใส ร้อนแรง ทำให้ภาพร้านข้าวต้มที่เคยอยู่ในหัวถูกแทนที่ด้วยร้านใหม่
แต่ร้านอาหารไม่ได้ตัดสินกันที่การตกแต่ง การใช้สี ของร้าน ต้องวัดกันที่รสชาติของอาหาร วัดผลด้วยลิ้นสัมผัส และการเสพผ่านสายตา
นิยามของร้านนี้ ‘ไทยง่ายๆ ทานได้ทุกวัน’ แต่ในความจริงแล้ว อาหารที่บอกว่าง่าย ไม่ได้ง่ายอย่างที่บอก เพราะรสชาติอาหารไทยที่ได้รับความนิยมมักจะมีรสชาติที่เหมือนเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว อย่างน้อยต้องได้มาตรฐาน และต้องเพิ่มเติมความอร่อยเข้าไปอีก
ความที่เป็นร้านข้าวต้มร่วมสมัย เมนูในร้านแบ่งแบบง่ายๆ เช่นอาหารจาน ผัด ทอด ต้ม ย่าง
ตามแบบที่ร้านข้าวต้มพึงมี และเพิ่มเติมเมนูที่ได้รับความนิยม กระแสในโซเชี่ยลถามหา จึงมีเมนูไข่เจียวปู มาม่าต้มยำหม้อไฟ ไข่ตุ๋นหม้อไฟ
รายการอาหารของร้านนี้ จึงเป็นการผสมผสานระหว่าง กับข้าวแบบเดิมที่คุ้นชิน กับเมนูใหม่ที่ทำเพิ่มตามความนิยม แต่ทั้งหมดอยู่ที่เรื่องเดียว ‘ต้องอร่อย’
ความอร่อยที่ว่านี้ ประกอบด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบ เครื่องปรุง ความสะอาด รสชาติ หน้าตาของอาหาร เพื่อคนกินได้เลือกว่าต้องการแบบไหน
ร้านโค-ร-ต Korata วางมาตรฐานของวัตถุดิบ ความสะอาด รสชาติ หน้าตา ออกมาในระดับดี สวยงาม ชัดเจน และการใส่ความใหม่ที่เข้ากันได้ ร่วมไปด้วย เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
เมนูที่ทำให้ภาพในอดีต ฟื้นตื่นขึ้นมาทันทีคือ หมูสามชั้นไข่พะโล้ กินกับข้าวต้มเผือกอัญชัญ
เหมือนความเก่า กับความใหม่มาเจอกัน ขึ้นกับความชอบของแต่ละคน ก็แค่ไปลิ้มลองดูเท่านั้น
เมนูร้านนี้มีหลากหลาย เลือกตามความต้องการ แบบเดิม แบบใหม่ มาครบ วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ไม่ต้องหาดอกกุหลาบ ข้าวต้มและกับข้าวถูกปาก กับคนถูกใจ ดอกกุหลาบก็ไม่มีความหมาย







