ตลาดกาแฟไทยโตสวนเศรษฐกิจ! LINE MAN Wongnai ชี้ “กาแฟ Specialty ราคาต่ำร้อย” ครองใจคนไทย - เดลิเวอรีโตแรง 23% ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารไทยเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและนักท่องเที่ยวลดลง แต่ตลาด ‘กาแฟ’ กลับกลายเป็นดาวรุ่งที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม “Specialty Coffee ราคาจับต้องได้” ที่กลายเป็นตัวชูโรงของวงการในปี 2025 นี้
LINE MAN Wongnai เปิดข้อมูลล่าสุดในงาน Thailand Coffee Fest 2025 ว่า ยอดขายรวมของร้านอาหารไทยลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ ‘ร้านกาแฟ’ กลับสวนกระแสเติบโต โดยเฉพาะกาแฟ Specialty ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท ซึ่งเติบโตสูงสุดในตลาดร้านกาแฟ ทั้งในกรุงเทพฯ ที่ขยายตัวถึง 46% และต่างจังหวัดอีก 19%

แม้จำนวนร้านกาแฟเปิดใหม่ในครึ่งปีแรกจะลดลงเหลือ 5,000 ร้าน (จาก 7,000 ร้านในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) แต่กลับพบว่าอัตราการอยู่รอดในปีแรกของร้านกาแฟยังดีกว่าร้านอาหาร โดยร้านกาแฟมีอัตราปิดตัวเพียง 43% ขณะที่ร้านอาหารปิดตัวสูงถึง 50%
อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่แรงต่อเนื่องคือ ‘มัทฉะ’ โดยร้านมัทฉะเดิมมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 28% สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจเมนูเครื่องดื่มทางเลือกมากขึ้น
กาแฟ Specialty แซงหน้า ‘กาแฟทั่วไป’ แล้ว
ปัจจุบัน Specialty Coffee มีสัดส่วนยอดขายทั่วประเทศถึง 56% และในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพกาแฟมากกว่าราคา โดยเฉพาะเมื่อสามารถเข้าถึงในราคาที่เหมาะสม
เทคโนโลยี - เดลิเวอรี หนุนยอดขายพุ่ง
ช่องทาง Digital Payment และ Digital Ordering กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจกาแฟยุคใหม่ โดยการชำระเงินผ่านดิจิทัลช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลเฉลี่ย 32% ส่วนการสั่งผ่าน QR Code ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37% ขณะที่ยอดขายกาแฟผ่านเดลิเวอรี LINE MAN เติบโตถึง 23% โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายทั้งหมดของร้านกาแฟมาจากช่องทางนี้
3 หัวใจสำคัญ ธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มยุคใหม่
1. LINE MAN Wongnai สรุปบทเรียนความสำเร็จของธุรกิจในยุคเศรษฐกิจผันผวนไว้ 3 ข้อ ได้แก่
2. ขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Quality)
3. มีช่องทางขายครบทั้งหน้าร้านและออนไลน์ (Omni-channel)
ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น POS, ระบบสั่ง-จ่ายเงินดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายฐานลูกค้า
ตลาดกาแฟในไทยอาจไม่ได้วัดกันที่เมล็ดพันธุ์พรีเมียมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ที่การเข้าถึงง่ายของคุณภาพ และความยืดหยุ่นในการขายผ่านทุกช่องทางในมือของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน




