Meta กำไรสะดุด แต่ทุ่มงบ AI ไม่หยุด พร้อมรุกธุรกิจคลาวด์
เมตา แพลตฟอร์มส์ บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ที่พุ่งสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากคดีความและการเลิกจ้างพนักงาน อย่างไรก็ดี รายได้รวมของบริษัทกลับเติบโตแข็งแกร่งถึง 28% แตะระดับ 6.08 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจโฆษณาออนไลน์
ค่าใช้จ่ายพิเศษฉุดกำไร
การลดลงของกำไรครั้งนี้เกิดจากรายการพิเศษหลายรายการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายจากคดีความมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ และค่าชดเชยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างในเดือนพฤษภาคมอีก 1.2 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Meta ยังเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายทั่วโลก รวมถึงคดีในแคลิฟอร์เนียที่คณะลูกขุนตัดสินในเดือนมีนาคมให้ Meta และกูเกิลจ่ายเงิน 6 ล้านดอลลาร์ให้แก่หญิงวัย 20 ปี ซึ่งอ้างว่าแพลตฟอร์มทำให้เธอติดโซเชียลมีเดียตั้งแต่เด็ก คำตัดสินนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และอาจส่งผลต่อคดีที่คล้ายกันอีกนับพันคดีที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
ทุ่มงบ AI เกือบสองเท่า
แม้ผลกำไรจะต่ำกว่าคาด แต่ Meta ยืนยันเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างหนัก โดยปรับเพิ่มงบรายจ่ายฝ่ายทุนปีนี้เป็น 1.3–1.45 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 2025 เพื่อขยายศูนย์ข้อมูลและจัดซื้อชิปประมวลผล มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า "AI กำลังเร่งธุรกิจหลักของเราในวันนี้ ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไป และเปิดโอกาสใหม่ในภาคธุรกิจ"
รุกธุรกิจคลาวด์ใหม่
ซักเคอร์เบิร์กยังเปิดเผยแผนเปิดธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อให้บริการลูกค้าภายนอก โดยระบุว่ามีคำสั่งซื้อจำนวนมากในราคาที่สูงกว่าต้นทุน กลยุทธ์นี้คล้ายกับที่สเปซเอ็กซ์ของอีลอน มัสก์ใช้ระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ Meta ก้าวเข้าสู่ตลาดคลาวด์ต่างจากคู่แข่งอย่างแอมะซอน ไมโครซอฟท์ และกูเกิล
ตลาดกังวลกระแสเงินสดวูบ
แม้ผู้บริหาร Meta จะมองโลกในแง่ดี แต่นักลงทุนตอบสนองด้วยความกังวล หุ้นของบริษัทร่วงลงสูงสุด 12% ในการซื้อขายหลังตลาด สอดคล้องกับกระแสเงินสดอิสระที่หดตัวอย่างรุนแรงจาก 8.5 พันล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 784 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แผนก Reality Labs ของ Meta ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 4.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้






