น้ำมันดิ่งกว่า 2% ดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรปฟื้น หลังวิกฤตตะวันออกกลางกดดัน

24 ก.ค. 2569 - 21:18

  • น้ำมันดิบเบรนท์ร่วงกว่า 2.7% กลับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังพุ่งขึ้น 7% เมื่อวันพฤหัสบดี

  • กลุ่มฮูตีจากเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง จุดชนวนความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก

  • หุ้น Alphabet ดิ่ง 7% และ Tesla ร่วงกว่า 14% จากความกังวลเรื่องการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI

น้ำมันดิ่งกว่า 2% ดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรปฟื้น หลังวิกฤตตะวันออกกลางกดดัน

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและยุโรปฟื้นตัวได้บางส่วน หลังจากที่ตลาดถูกกดดันอย่างหนักในวันก่อนหน้าจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

น้ำมันดิ่ง หลังพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์

น้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นสัญญาน้ำมันอ้างอิงระดับสากล ปรับตัวลดลงกว่า 2.7% มาอยู่ที่ 97.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 2.3% สู่ระดับ 90.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่น้ำมันทั้งสองชนิดพุ่งขึ้นมากกว่า 6-7% ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากกลุ่มกบฏฮูตีแห่งเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าจะเปิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ช่องแคบบาบเอลมันเดบยังเปิดบางส่วน

แม้สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันศุกร์ แต่ตลาดได้รับแรงหนุนจากข้อมูลที่ว่าเรือบางส่วนยังคงผ่านช่องแคบบาบเอลมันเดบได้ตามปกติ โจวันนี สทอนโนโว นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคาร UBS ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุกับสำนักข่าว AFP ว่า "เรือที่บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียยังคงผ่านได้ ดังนั้นในขณะนี้จึงยังไม่ใช่การปิดกั้นเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของตลาดน้ำมันที่ตึงตัวยิ่งขึ้น"

หุ้นเทคฯ ยังคงอ่อนแอ

วอลล์สตรีทเปิดตลาดค่อนข้างทรงตัว โดยดัชนี Dow Jones ขึ้นเล็กน้อย 0.2% ส่วน Nasdaq Composite ยังปรับลง 0.1% จากแรงกดดันในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ร่วงเกือบ 7% และ Tesla ที่ดิ่งมากกว่า 14% จากความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Meta, Microsoft และ Amazon ได้ประกาศแผนใช้จ่ายรวมกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อรองรับ AI

ตลาดยุโรปบวก เอเชียแดง

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น โดย FTSE 100 ของลอนดอนบวก 0.6%, CAC 40 ของปารีสบวก 0.5% และ DAX ของแฟรงก์เฟิร์ตบวก 0.8% ในทางตรงข้าม ตลาดเอเชียปิดในแดน โดย Nikkei 225 ของโตเกียวร่วง 2.7%, Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 1.0% และดัชนีคอมโพสิตของเซี่ยงไฮ้ลง 1.6%

ความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้นเพิ่มสูง

นักวิเคราะห์จาก Trade Nation ระบุว่าความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าเพิ่มขึ้นจาก 13% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็น 30% ในปัจจุบัน และเครื่องมือ FedWatch ของ CME ชี้ว่ามีโอกาส 90% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ก่อนสิ้นปี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์