ส่งออกเทคโนโลยีเม็กซิโกพุ่งสามเท่า หลังสหรัฐฯ แห่สร้างโครงสร้างพื้นฐานเอไอ
กระแสการขยายโครงสร้างพื้นฐานเอไอในสหรัฐอเมริกาส่งผลให้ยอดส่งออกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากเม็กซิโกไปยังสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงมกราคม-เมษายนของปีนี้ โดยทำรายได้รวมกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดการขาดดุลการค้ากับเม็กซิโกในการเจรจาปรับปรุงข้อตกลง USMCA ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาในเม็กซิโกซิตี้
ภาคเทคโนโลยีแซงหน้ายานยนต์
ปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์คิดเป็น 30% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดจากเม็กซิโกไปสหรัฐฯ แซงหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยครองอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ดิเอโก ฟลอเรส หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลของกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก ระบุว่าการเติบโตนี้ "ขับเคลื่อนหลักโดยความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เอไอขั้นสูง"
หัวใจการผลิตอยู่ที่ 'ซิลิคอนวัลเลย์เม็กซิโก'
รัฐฮาลิสโก บนชายฝั่งแปซิฟิก ซึ่งได้รับสมญาว่า "ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเม็กซิโก" เป็นศูนย์กลางหลักของการผลิต ฟ็อกซ์คอนน์ยักษ์ใหญ่จากไต้หวันประกอบตู้เซิร์ฟเวอร์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัทออกแบบชิป Nvidia ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฟ็อกซ์คอนน์ประกาศลงทุนเพิ่ม 137 ล้านดอลลาร์ในบริษัทย่อย 2 แห่งในเม็กซิโก ขณะที่ Flextronics อีกหนึ่งผู้ผลิตเทคโนโลยีในฮาลิสโก ถึงขั้นต้องเปลี่ยนลานจอดรถเป็นพื้นที่การผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามา
ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้า
แม้ภาคเทคโนโลยีจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ยืนอยู่บนพื้นฐานที่เปราะบาง เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงผลักดันให้ผลิตสินค้าภายในประเทศมากขึ้น วิลเลียม แจ็กสัน นักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่จาก Capital Economics เตือนว่าภาคส่วนนี้ "เสี่ยงตกเป็นเป้าหมายของมาตรการภาษีได้ง่าย" เพราะผู้ผลิตในเม็กซิโกพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีนและไต้หวัน ซึ่งฝ่ายบริหารทรัมป์อาจมองว่าเป็นช่องทางลอบนำเทคโนโลยีเอเชียเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ฟลอเรสแสดงความเชื่อมั่นว่าคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ของภาคส่วนนี้จะเป็นเกราะป้องกันจากนโยบายกีดกันทางการค้าได้




