ข้าวไทยพรีเมียม พาณิชย์ดัน ‘ข้าวประณีต’ สู่เวทีโลก

21 ธ.ค. 2568 - 10:00

  • พาณิชย์ ดัน “ข้าวประณีต-วัตถุดิบเกษตรไทย” เพิ่มมูลค่าจากไร่นาสู่จานอาหารโลก

  • จับมือ MasterChef และ 3 สายการบิน สร้างประสบการณ์อาหารระดับสากล

  • ใช้โมเดล Local Ingredients World Class Experiences หนุน Soft Power ไทย

ข้าวไทยพรีเมียม พาณิชย์ดัน ‘ข้าวประณีต’ สู่เวทีโลก

พาณิชย์ดัน ‘ข้าวประณีต’ สินค้าเกษตรไทยของดีระดับโลก
ปั้นโมเดล Local Ingredients World Class Experiences จับมือ MasterChef–3 สายการบิน ยกระดับเกษตรไทยเป็นประสบการณ์อาหารสากล

สินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะ ‘ข้าวไทย’ และวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชน กำลังก้าวพ้นบทบาทวัตถุดิบราคาถูก สู่การเป็น อาหารประณีตและประสบการณ์ระดับโลก ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาเกษตรของไทย บนเวทีเศรษฐกิจอาหารสากล

ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับ ‘ข้าวประณีต’ และวัตถุดิบสินค้าเกษตรไทย ผ่านโมเดล “Local Ingredients World Class Experiences”เชื่อมโยงสินค้าเกษตรคุณภาพกับอุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยว และการบิน เพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายตลาด และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

โดยกรมการค้าภายใน (DIT) ผนึกกำลังภาคเอกชน จับมือบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตรายการ MasterChef (Thailand) และ 3 สายการบินชั้นนำ ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบางกอกแอร์เวย์ส เปิดประตูสินค้าเกษตรไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

moc-economy-commerce-thai-rice-soft-power-agriculture-SPACEBAR-Photo01.jpg

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรจาก “Local Ingredients” สู่ “High Value Products” โดยนำ ข้าวประณีต และวัตถุดิบเกษตรคุณภาพของไทย อาทิ ปลากะพงสามน้ำจากทะเลสาบสงขลา และสับปะรดภูแล จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสินค้า GI ในการส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์ มาเชื่อมกับแพลตฟอร์มอาหารระดับประเทศอย่าง MasterChef (Thailand) เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และพัฒนาเป็นเมนูอาหารที่เข้าถึงผู้บริโภคจริงผ่านสายการบิน ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อสู่ตลาดนานาชาติ

สำหรับโครงการ DIT x MasterChef เชฟผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ 3 คนสุดท้ายของรายการ MasterChef (Thailand) ซีซัน 7 จะนำวัตถุดิบสินค้าเกษตรไทยมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษ และพัฒนาเป็นเมนูจำหน่ายบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชีย ทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการในห้องรับรองพิเศษของการบินไทย และบนเที่ยวบินและเลาจ์ของบางกอกแอร์เวย์ส นับเป็นการนำเสนออัตลักษณ์อาหารไทยในรูปแบบ Soft Power สู่สายตาผู้โดยสารจากทั่วโลก

ศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด และสายการบินทั้ง 3 แห่ง ที่ร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการยกระดับสินค้าเกษตรจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย

ด้าน วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือก่อนหน้า โดยเฉพาะโครงการ DIT x AirAsia ซึ่งได้รับรางวัล Creative Excellence Awards 2025 จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สะท้อนศักยภาพของการนำความคิดสร้างสรรค์มาผสานกับการตลาดสินค้าเกษตรไทย และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

moc-economy-commerce-thai-rice-soft-power-agriculture-SPACEBAR-Photo02.jpg

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้รับมอบหมายให้ขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรสายการบินเพิ่มเติม เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าเกษตรในกลุ่มปศุสัตว์ ประมง และผลไม้ อาทิ ปลากะพง กุ้งขาวแวนนาไม เนื้อโค ข้าวประณีต สับปะรดภูแล และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง นำมายกระดับเป็นเมนูอาหารคุณภาพ เสิร์ฟแก่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

นายวิทยากรกล่าวว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องอาหารบนเครื่องบิน แต่เป็น โมเดลการตลาดใหม่ของสินค้าเกษตรไทย ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดศักยภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน

กรมการค้าภายในเชื่อมั่นว่า โมเดล “Local Ingredients World Class Experiences” จะเป็นต้นแบบสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทย เพิ่มมูลค่า ขยายตลาด และผลักดันให้ข้าวไทยและวัตถุดิบเกษตรไทยได้รับการยอมรับในฐานะ ของดีระดับโลก อย่างยั่งยืน

moc-economy-commerce-thai-rice-soft-power-agriculture-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์