‘เนเน่ รอยัล’ ชนะ AGT 2026 สะท้อนอะไรต่อนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทย

25 ก.ย. 2569 - 10:06

  • “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent ซีซัน 21 จากเส้นทางฝึกกีตาร์และเล่นดนตรีในภูเก็ต สู่เวทีระดับโลก

  • รัฐบาลมีงบขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ปี 2569 จำนวน 4,044.5 ล้านบาท ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม (ไม่ใช่งบดนตรีทั้งหมด หรือเงินสนับสนุนเนเน่โดยตรง)

  • โจทย์หลังชัยชนะคือโอกาสของศิลปินคนต่อไป รัฐจะเปลี่ยนกระแสชื่นชมให้เป็นพื้นที่แสดง การพัฒนาทักษะ และช่องทางสร้างรายได้ในตลาดโลกที่วัดผลได้อย่างไร

‘เนเน่ รอยัล’ ชนะ AGT 2026 สะท้อนอะไรต่อนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทย

เด็กสาววัย 16 ปีที่ฝึกกีตาร์ด้วยตัวเองและเคยเล่นดนตรีตามตลาดในภูเก็ต กลายเป็นคนไทยคนแรกที่ชนะ America’s Got Talent คำถามหลังเสียงปรบมือจึงไม่ใช่เพียงไทยจะประชาสัมพันธ์ชัยชนะครั้งนี้อย่างไร แต่คือจะทำให้คนดนตรีรุ่นต่อไปมีพื้นที่ฝึกฝน รายได้ และทางออกสู่ตลาดโลกได้อย่างไร

เช้าวันที่ 24 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย ชื่อของ “เนเน่ รอยัล” หรือรัตติกานต์ อำลอย ถูกประกาศเป็นผู้ชนะ America’s Got Talent ซีซัน 21 หลังการแข่งขันรอบสุดท้ายที่สหรัฐฯ ชัยชนะของนักร้องและมือกีตาร์จากภูเก็ตวัย 16 ปี มาพร้อมรางวัลมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความสนใจจากผู้ชมที่ไกลเกินเวทีประกวด 

Nene-winning-AGT-reflects-Thailand-soft-power-policy-SPACEBAR-Photo02.jpg

ภาพจำของ ‘เนเน่’ คือการร้องเพลงร็อกพร้อมเล่นกีตาร์อย่างมั่นใจ แต่เส้นทางก่อนถึงจุดนั้นเล็กและใกล้ตัวกว่ามาก เธอเริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ฝึกจากการฟังเพลงและดูวิดีโอ ก่อนสะสมประสบการณ์ด้วยการเล่นต่อหน้าคนจริงตามตลาดในภูเก็ต และผ่านเวทีแข่งขันดนตรีในไทย เรื่องราวส่วนนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าศิลปินไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่กล้องโทรทัศน์หันมาจับ หากเติบโตจากเวลาฝึกฝน พื้นที่แสดง และคนที่ให้โอกาสมาก่อน 

รัฐบาลมองความสำเร็จของ ‘เนเน่’ เป็นโอกาสส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ ก่อนการแข่งขันจะจบลง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า หลังนายกรัฐมนตรีเห็นคลิปการแสดงในเดือนกรกฎาคม ได้ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพิจารณาสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับการแข่งขันรอบต่อไป พร้อมหาแนวทางประชาสัมพันธ์ในตลาดสหรัฐฯ รัฐบาลยังชี้ว่าการกล่าวถึง “Phuket, Thailand” และ “Amazing Thailand” บนเวทีช่วยให้ต่างชาติรู้จักไทยมากขึ้น 

“ทางกระทรวงฯ และ ททท. ได้พิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อไปแข่งขันในรอบต่อไป รวมถึงช่วยวางแนวทางประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นให้ชาวอเมริกันซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงหลักร่วมโหวตสนับสนุน การที่น้องเนเน่ได้นำเสนอความเป็นไทยผ่านคำว่า ‘Amazing Thailand’ และ ‘Phuket, Thailand’ บนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยม สร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติและคณะกรรมการ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างทรงพลัง” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าว (14 กรกฎาคม 2569)

หลังประกาศผล นายกรัฐมนตรีร่วมแสดงความยินดี โดยรัฐบาลยกความสามารถและความมุ่งมั่นของเธอเป็นตัวอย่างของเยาวชนไทยบนเวทีโลก คำชื่นชมเหล่านี้มีความหมายต่อศิลปิน แต่โจทย์เชิงนโยบายเริ่มจากวันถัดไป รัฐจะเปลี่ยนความสนใจชั่วขณะให้เป็นโอกาสที่ศิลปินไทยคนอื่นเข้าถึงได้อย่างไร

สำหรับผู้ชม นี่คือชัยชนะของศิลปินคนหนึ่ง สำหรับรัฐบาล นี่คือโอกาสเผยแพร่ชื่อประเทศไทยสำหรับคนทำงานดนตรี นี่อาจเป็นคำถามเรื่องระบบที่ช่วยให้ศิลปินเดินทางไปได้ไกลโดยไม่ต้องรอให้ชนะรายการระดับโลกก่อน

Nene-winning-AGT-reflects-Thailand-soft-power-policy-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ระบุว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย 15 สาขามีมูลค่ารวม 1.44 ล้านล้านบาทในปี 2566 คิดเป็น 8.01% ของ GDP และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่ใช่มูลค่าอุตสาหกรรมดนตรีเพียงสาขาเดียว 

ด้านตลาดต่างประเทศ สมาพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) รายงานว่า รายได้เพลงบันทึกเสียงทั่วโลกปี 2568 อยู่ที่ 31.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.4% ตลาดนี้มีมูลค่าสูง แต่การเป็นที่รู้จักจากรายการโทรทัศน์ยังไม่เท่ากับการมีรายได้จากเพลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยผลงานใหม่ การเผยแพร่ สิทธิในเพลง และการทำธุรกิจระยะยาว 

ไทยมีเครื่องมือสนับสนุนอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น CEA ระบุว่า Music Exchange ในปีแรกช่วยสนับสนุนศิลปินและวงไทย 48 ราย ให้ไปแสดงใน 44 เทศกาล ใน 12 ตลาดต่างประเทศ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการพาศิลปินออกสู่ตลาดโลก ทำได้มากกว่าการฝากความหวังไว้กับดาวเด่นเพียงคนเดียว แต่ยังต้องติดตามต่อว่าการเดินทางเหล่านั้นต่อยอดเป็นผู้ฟัง งานจ้าง และรายได้ระยะยาวได้เท่าใด 

ชัยชนะของเนเน่ เกิดขึ้นในปีที่รัฐบาลจัดสรรงบ 4,044.5 ล้านบาท ให้แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ปีงบประมาณ 2569 โดยเอกสารสำนักงบประมาณระบุเป้าหมายทั้งการพัฒนาคนและผู้ประกอบการ การนำสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก และการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลายสาขา 

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงงบดนตรีทั้งหมดหรือเงินที่ใช้กับ ‘เนเน่’ โดยตรง ขณะเดียวกัน ตัวอย่างโครงการที่แตะเส้นทางศิลปินอย่างชัดเจนคือ Music Exchange ของ CEA ซึ่งกำหนดเพดานช่วยค่าใช้จ่ายการไปแสดงต่างประเทศในปี 2568 ไว้ที่ 100,000–350,000 บาทต่อศิลปินหรือกลุ่ม ตามภูมิภาคปลายทาง 

คำถามหลัง ‘เนเน่’ คว้าแชมป์ จึงอยู่ที่ว่า งบหลายพันล้านบาท จะสร้างเส้นทางจากเวทีท้องถิ่นสู่ตลาดโลกให้ศิลปินคนอื่นได้มากเพียงใด และรัฐจะเปิดเผยผลด้านงานจ้าง ผู้ฟัง และรายได้ให้ตรวจสอบได้อย่างไร 

กรณี ‘เนเน่’ ได้เปิดโจทย์ที่รัฐบาลควรตอบได้ด้วยผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ เด็กและเยาวชนต่างจังหวัดเข้าถึงพื้นที่เล่นดนตรีมากขึ้นหรือไม่ ศิลปินที่ได้รับทุนสามารถสร้างผลงานและรักษาสิทธิในงานของตนได้เพียงใด และหลังไปแสดงต่างประเทศแล้วมีรายได้หรือฐานผู้ฟังเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่

ชัยชนะของ ‘เนเน่ รอยัล’ ทำให้โลกหันมาฟังเสียงจากภูเก็ตแล้ว ส่วนความสำเร็จของนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทยจะวัดได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยเฉพาะโอกาสของคนดนตรีที่ยังเล่นอยู่บนเวทีเล็ก ๆ และอาจเป็นศิลปินคนต่อไปที่โลกได้รู้จัก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์