Netflix, Disney+ และ Amazon Prime Video ยื่นอุทธรณ์ต่อสภาแห่งรัฐ (Council of State) ซึ่งเป็นศาลปกครองสูงสุดของฝรั่งเศส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อท้าทายกฎระเบียบใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงต้องจัดสรรเงินลงทุน 20% ของงบด้านโสตทัศนูปกรณ์ไปยังเนื้อหาประเภทแอนิเมชัน สารคดี และการแสดงสด
ที่มาของข้อพิพาท
รัฐบาลฝรั่งเศสออกพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่ปี 2021 กำหนดให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงต่างชาติต้องนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ของฝรั่งเศส โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ กฎฉบับปรับปรุงได้กำหนดเพิ่มเติมว่า 20% ของเงินลงทุนภาคโสตทัศนูปกรณ์ที่บังคับนั้น ต้องถูกจัดสรรให้กับแอนิเมชัน สารคดี และการแสดงสดโดยเฉพาะ
แพลตฟอร์มชี้กฎเกินขอบเขต
โปลีน โดแวง รองประธาน Netflix ฝรั่งเศส เขียนบทความแสดงความเห็นในหนังสือพิมพ์เลอมงด์ว่า กฎใหม่นี้ "เพิ่มพันธะการลงทุนในประเภทเนื้อหาเหล่านี้ขึ้นเป็นสองเท่าในทันที มุ่งเป้าเฉพาะบริการสตรีมมิง และลงเอยด้วยการกำหนดทิศทางเนื้อหาโดยไม่คำนึงถึงความคาดหวังของผู้ชม" พร้อมเน้นย้ำว่า Netflix ใช้จ่ายกว่า 250 ล้านยูโรต่อปีในการผลิตซีรีส์ ภาพยนตร์ และสารคดีฝรั่งเศส
Amazon ยืนยันไม่ได้ต่อต้านการสนับสนุนผลงานฝรั่งเศส
โฆษกของ Amazon เจ้าของ Prime Video ระบุในแถลงการณ์ว่า การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งคำถามต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการผลิตของฝรั่งเศส แต่ "มุ่งสร้างกรอบกฎระเบียบที่สมดุล ยุติธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน ผู้สร้างสรรค์ และอุตสาหกรรม"
Netflix ชี้ระบบไม่ยั่งยืน
ก่อนหน้านี้ Netflix ประกาศต้องการเจรจาเพื่อกำหนดเพดานเงินลงทุนภาคบังคับ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ 20% ของรายได้ โดยระบุกับสำนักข่าว AFP ว่า "นี่ไม่ใช่ระบบที่ยั่งยืนสำหรับเรา มันไม่สมดุลกับสิ่งที่เราต้องการและสามารถทำได้ในฝรั่งเศส" ทั้งนี้ แพลตฟอร์มทั้งสามได้ยื่นอุทธรณ์อย่างไม่เป็นทางการต่อสำนักนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสก่อนแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ จึงนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อสภาแห่งรัฐในที่สุด




