"เศรษฐกิจไทยเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ ...ราคาน้ำมันตลาดดูไบทะลุ 100 เหรียญสหรัฐกองทุนน้ำมันอุดหนุนดีเซลลิตรละ 11.73 บาท"
ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เผยแพร่บทความลงวันที่ 9 มีนาคม 2569 วิเคราะห์สถานการณ์พลังงานโลกท่ามกลางความตึงเครียดของ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ปี 2026 ซึ่งขณะนี้เข้าสู่วันที่ 10 และมีแนวโน้มยืดเยื้อ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการที่ อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้การลำเลียงพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียสะดุด ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันและก๊าซหลายแห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน
ประเทศผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่หลายแห่ง เช่น คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ต่างลดกำลังการผลิตหรือหยุดการผลิตชั่วคราว แม้จะมีการปรับเส้นทางขนส่งผ่านท่อไปยังท่าเรือ “ยานบู” ในทะเลแดง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปริมาณพลังงานในตลาดโลกหายไปจำนวนมาก
ไทยพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลางกว่าครึ่ง
บทความระบุว่า ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในอ่าวเปอร์เซียประมาณ 53–57% ของการนำเข้า การที่ซัพพลายพลังงานลดลงมากกว่าครึ่งจึงอาจกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจไทย
ผลกระทบจะเกิดกับหลายภาคส่วน เช่น
• ภาคการผลิต
• เกษตรกรรมและประมง
• ระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง
• ก๊าซ LPG และไฟฟ้าในครัวเรือน
ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และผลักดัน เงินเฟ้อให้เร่งตัว
ดร.ธนิต ระบุว่า หากสงครามยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ไทยอาจเผชิญ วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2516–2517 ซึ่งในอดีตเคยทำให้เงินเฟ้อพุ่งจาก 6.9% เป็น 15.5% และเพิ่มขึ้นถึง 24.3% ในปีถัดมา
น้ำมันโลกพุ่งแรง
ข้อมูล ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
น้ำมันดิบ WTI
• ก่อนสงคราม : 65.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
• ล่าสุด : 115.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
• เพิ่มขึ้น : 50.22 ดอลลาร์ หรือ 76.4%
น้ำมันดิบดูไบ (Dubai Crude) ซึ่งไทยใช้อ้างอิงการนำเข้า
• ก่อนสงคราม : 68.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
• ล่าสุด : 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
• เพิ่มขึ้น : 31.77 ดอลลาร์ หรือ 41.56%
ราคาน้ำมันไทยพุ่ง แต่รัฐต้องอุ้ม
ในส่วนของราคาน้ำมันในประเทศ
เบนซินแก๊สโซฮอล์ E20
• ราคาหน้าโรงกลั่นก่อนสงคราม : 16.87 บาท/ลิตร
• ล่าสุด : 22.99 บาท/ลิตร
โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อุดหนุนลิตรละ 4.03 บาท ทำให้ราคาขายปลีกตรึงไว้ที่ 28.34 บาท/ลิตร
ส่วน น้ำมันดีเซล B7
• ราคาหน้าโรงกลั่นก่อนสงคราม : 18.93 บาท/ลิตร
• ล่าสุด : 31.05 บาท/ลิตร
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อุดหนุนสูงถึง 11.73 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายปลีกตรึงไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร
กองทุนน้ำมันใช้เงินวันละเกือบพันล้าน
ประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 65 ล้านลิตรต่อวัน ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนถึง 803.5 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซินใช้ประมาณ 32 ล้านลิตรต่อวัน ต้องใช้งบอุดหนุนเพิ่มอีก 129 ล้านบาทต่อวัน รวมแล้วกองทุนน้ำมันต้องใช้เงินประมาณ 932 ล้านบาทต่อวัน หรือเดือนละกว่า 28,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมการอุดหนุน LPG 1.1753 บาทต่อกิโลกรัม เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง 3–3.5 เท่า ดร.ธนิต ประเมินว่า หากราคาพลังงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เงินเฟ้อไทยอาจเพิ่มขึ้น 3–3.5 เท่า
รัฐบาลจึงมีมาตรการชั่วคราว
• ตรึงราคาดีเซลถึง 17 มีนาคม 2569
• หลังจากนั้นอาจทยอยปรับราคาไปที่ 33–35 บาทต่อลิตร
• ราคาก๊าซ LPG จะตรึงไว้ถึง สิ้นเดือนมีนาคม
เสี่ยงวิกฤตพลังงานระดับโลก
บทความระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหา “ราคาน้ำมันแพง” แต่เป็นปัญหา การขาดแคลนพลังงาน (Short of Supply) ซึ่งเป็นวิกฤตระดับโลก จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรับมือ เช่น
• รณรงค์ประหยัดพลังงาน
• ลดกิจกรรมที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า
• ส่งเสริมการทำงานจากบ้าน (Work from Home)
• พิจารณาวันหยุดพิเศษเพื่อลดการใช้พลังงาน
ดร.ธนิต ระบุทิ้งท้ายว่า แม้ประเทศไทยจะมีสำรองน้ำมันประมาณ 2–3 เดือน แต่หากแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งหลักหายไป การบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้
ดังนั้นทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนจำเป็นต้องเตรียมรับมือ Worst Case Scenario เพราะวิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ




