เอเซีย พลัส เตือนน้ำมันพุ่ง เสี่ยงกดเศรษฐกิจไทยสู่ Stagflation

9 มี.ค. 2569 - 10:59

  • สงครามตะวันออกกลางปะทุ ดันน้ำมัน WTI ทะลุ 108 ดอลลาร์ เกิดภาวะ Oil Shock

  • ไทยนำเข้าน้ำมันสูง เสี่ยงขาดดุลการค้า เงินบาทอ่อน ต้นทุนธุรกิจพุ่ง

  • ต่างชาติเทขายหุ้นไทย ชี้ PTT-PTTEP รับอานิสงส์ราคาพลังงาน

เอเซีย พลัส เตือนน้ำมันพุ่ง เสี่ยงกดเศรษฐกิจไทยสู่ Stagflation

บล.เอเซีย พลัส เตือนสงครามตะวันออกกลางดันน้ำมันทะลุ 108 ดอลลาร์ เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจไทยเข้า ‘Stagflation’ ชี้หุ้นพลังงาน PTT–PTTEP รับอานิสงส์

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยกระดับความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 9 ว่า กำลังสร้างแรงกระแทกต่อตลาดการเงินทั่วโลกและทำให้เกิดภาวะ Oil Shock รอบใหม่ หลังราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในวันเดียว และทะยานขึ้นมากกว่า 56% ในรอบสัปดาห์

แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีตอบโต้ระหว่างหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญของโลก ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงงาน LNG และเส้นทางขนส่งพลังงานหลักอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การส่งออกน้ำมันของหลายประเทศต้องชะงัก

สถานการณ์ที่ตึงเครียดทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ปรับตัวลงแรง โดยดัชนีในหลายประเทศปรับฐาน -2% ถึง -7% เช่น ญี่ปุ่นร่วง -6.7% และเกาหลีใต้ -7.8% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก

ไทยเสี่ยงรับแรงกระแทกเศรษฐกิจ

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางต่อราคาน้ำมันโลก เนื่องจากเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ โดยมีสัดส่วนการส่งออกพลังงานสุทธิติดลบประมาณ -7.8% ของ GDP

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยมีหลายด้าน ได้แก่

1. ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น

ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ดุลการค้ากดดันและมีโอกาสทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า

2. ต้นทุนธุรกิจพุ่ง-กำลังซื้อหด

ภาคการผลิต โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงจะเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสส่งผ่านไปยังราคาสินค้า ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง

3. ความเสี่ยงภาวะ Stagflation

เศรษฐกิจที่ชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน อาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเผชิญความยากลำบากในการกำหนดนโยบายการเงิน

ต่างชาติขายหุ้นไทยหนัก

ในด้านกระแสเงินทุน นักลงทุนต่างชาติยังคงลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดย ขายสุทธิหุ้นไทยราว 1.38 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และขายสุทธิในตลาด SET50 Futures ต่อเนื่อง 5 วัน รวมกว่า 7.8 หมื่นสัญญา

แรงขายดังกล่าวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย มีความอ่อนไหวต่อภาวะราคาพลังงานที่ผันผวน

หุ้นพลังงานเด่นรับวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก หุ้นกลุ่มพลังงานกลับมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะบริษัทพลังงานขนาดใหญ่

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า PTT และ PTTEP มีโอกาสได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยพยุงดัชนีตลาดหุ้นไทยได้บางส่วนในช่วงที่ตลาดโดยรวมเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ในระยะยาว วิกฤตครั้งนี้ยังสะท้อนความจำเป็นที่ไทยต้องเร่ง กระจายแหล่งพลังงานและปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์