ฝากรัฐบาลใหม่ ดันอุตฯ ยาเติบโต-พร้อมแข่ง

22 พ.ค. 2566 - 13:19

  • โอลิค เบอร์ 1 ผู้ผลิตยาในอาเซียน ผนึกกำลัง CPHI ดันอุตสาหกรรมยาไทยเติบโต

  • ชี้ งานใหญ่ ‘ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2023’ อีกโอกาสสร้างการรับรู้ ‘มาตรฐานการผลิตยาในไทย’

  • ฝากรัฐบาลใหม่ ดูแลอุตสาหกรรมยาไทย เพื่อพร้อมแข็ง-การก้าวสู่ Medical Hub

OLIC_CPHI_South_East_Asia_2023_SPACEBAR_Thumbnail_e27225598a.jpeg
โอกาสที่ ‘โอลิค’ (OLIC) ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างผลิตยาในประเทศไทย กำลังเป็นส่วน หนึ่งในงาน CPHI South East Asia 2023 งานใหญ่ของอุตสาหกรรมยา ซึ่งกำลังจัดขึ้นในไทย 12-14 กรกฎาคม 66  ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจยายั่งยืน พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงยาคุณภาพและบริการแบบครบวงจร  
 
มร.โยชิฮิโร ทาคาดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด (OLIC Thailand Limited) ผู้ให้บริการอุตสาหกรรมการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพแบบสัญญาจ้าง (Contract Manufacturing Organization, CMO) ในเครือฟูจิฟาร์มา กรุ๊ป เผย อุตสาหกรรมยาในไทยมีโอกาสเติบโตสูง แต่ยังมีข้อจำกัดทั้งจากการต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 95% โดยที่ผลิตได้เองมีเพียง 5% รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP-PIC/S มีต้นทุนสูง
OLIC_CPHI_South_East_Asia_2023_SPACEBAR_Photo01_9c2f13719f.jpeg
โอลิค พัฒนานวัตกรรม ‘เม็ดฟู่’ 
โดย โอลิค ซึ่งวางตัวเอง ‘เป็นมากกว่าผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์’ ทำให้ที่ผ่านมามีการลงทุนเฉลี่ยปีละไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิตยา ให้มีมาตรฐานที่ดี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โอลิคผลิตยาทั้งในรูปแบบยาเม็ด ผง แคปซูล ยาน้ำ ครีม เจล ยาทาภายนอก สเปรย์ และแคปซูลเจลาตินแบบนิ่ม ล่าสุด ได้ขยายไลน์การผลิตไปสู่ยาในชนิด ‘เม็ดฟู่’ ด้วยแล้ว 
 
รวมถึงการนำองค์กรไปสู่ความยั่งยืนด้าน ESG อาทิ ติดโซลาร์เซลล์ เปลี่ยนระบบไฟส่องสว่าง แหล่งเชื้อเพลิงพลังงาน เพื่อลดต้นทุน และลดการปล่อยคาร์บอนได้ 23.9% 
 
“ในฐานะผู้ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงพัฒนาตำรับยา พัฒนาและตรวจสอบวิธีวิเคราะห์ ผลิตและบรรจุ รวมไปถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ จัดเก็บและส่งมอบยาให้แก่ลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีการผลิตและเครื่องจักรที่ทันสมัย โดยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโอลิค มีลูกค้ามากกว่า 30 ราย และผลิตภัณฑ์มากกว่า 600 รายการที่จำหน่ายทั้งในไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย และปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ามากกว่า 30 ราย มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 600 รายการ อาทิ ไทลินอล พอนสแตน”
OLIC_CPHI_South_East_Asia_2023_SPACEBAR_Photo02_d995ae87d7.jpeg
ภญ.ฐิติมา ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายประสิทธิภาพและปฏิการตามกฏระเบียบ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด เผยจุดเด่นของ ‘ยาฟองฟู่ (effervescent)’ ว่า เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้แตกตัวและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทันทีที่สัมผัสน้ำ มีข้อดีคือ เหมาะกับตัวยาที่มีปัญหาในการผลิตในรูปแบบยาเม็ด (tablets)  ทั้งยังช่วยให้ยาดูดซึมได้เร็วและดีขึ้น  
 
“การผลิตยาเม็ดฟองฟู่มีตำรับที่ซับซ้อนและต้องมีการควบคุมคุณภาพมากกว่าการผลิตยาเม็ดธรรมดา โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษในกระบวนการผลิต และ บรรจุอย่างพิถีพิถันเพื่อคงประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามตำรับยาเอาไว้”  
 
นอกจากนี้ยัง ได้นำบาร์โค้ดมาตรฐานสากล GS1 การกำหนดเลขซีเรียล และการรวบรวมกลุ่มข้อมูล (serialization and aggregation) ให้เป็นกลุ่มเดียวกันมาใช้เพื่อประโยชน์ในการติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบแบบเรียลไทม์ (Track and Trace Technology) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกำกับดูแลในตลาดปลายทางของลูกค้า Track and Trace Technology โดยแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เดินทางตั้งแต่ต้นไปจนจบกระบวนการในห่วงโซ่อุปทานอย่างไร และช่วยเพิ่มความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

CPHI South East Asia 2023 เผยแพร่ มาตรฐานการผลิตยาไทย 

รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เผย ในฐานะผู้จัดงาน ‘ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2023 (CPHI South East Asia 2023)’ ว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างการรับรู้ถึงมาตรฐานการผลิตยาในประเทศไทย และความเข้าใจในโอกาสของอุตสาหกรรมการผลิตยา และอยากสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยว่า สายการผลิตยาในประเทศไทยมีมาตรฐานในระดับสากลที่รู้จักกันชื่อ จีเอ็มพี พีไอซีเอส และผลิตยาที่มีคุณภาพ พร้อมแข่งขันในการเป็นผู้ผลิตยาสู่ตลาดต่างประเทศ  
 
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือ การนำเข้าสารออกฤทธิ์ในการผลิตยา และด้วยมาตรฐานที่สูงมาก มาพร้อมกับต้นทุนการผลิตยาที่สูงทำให้โอกาสของธุรกิจจำกัดในกลุ่มผู้ผลิตเพียงไม่ถึง 200 ราย การผลิตยาของประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคอาเซียนนั้น ต้องพึ่งพิงการนำเข้ามากกว่าร้อยละ 90 และที่สำคัญการรับรู้ถึงคุณภาพมาตรฐานในการผลิตยาในประเทศไทยนั้น ยังไม่เป็นที่รู้จักไปถึงกลุ่มผู้บริโภค  เราจึงต้องช่วยกันส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการในประเทศเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตระดับสากล ทั้งจะช่วยเพิ่มการใช้ยาที่ผลิตในประเทศมากขึ้น  
OLIC_CPHI_South_East_Asia_2023_SPACEBAR_Photo03_9885dae81e.jpeg

ยุทธศาสตร์ยาแห่งชาติ กับอุตสาหกรรมยาไทย 

นอกจากนี้ ยังอยากฝากรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ที่มาดูแลกระทรวงสาธารณสุข กำกับดูแล อย. ช่วยผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพราะทุกวันนี้อุตสาหกรรมยา ล้วนพึ่งพายุทธศาสตร์ดังกล่าว มีการเขียนในส่วนของการสนับสนุนอุตสาหกรรมยาของประเทศ พร้อมมีตัวชี้วัดต่างๆ อยู่ในแผนเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่า ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทยให้โตไกล และเป็นส่วนหนึ่งในการพาไทยสู่ Medical Hub ต่อไป 
 
ทั้งนี้ ในกระบวนการผลิตยานั้น จะต้องจัดซื้อสารออกฤทธิ์ ส่วนผสมประเภทสารตั้งต้นจากต่างประเทศ งาน ‘ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2023’ จะเป็นคำตอบ ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาได้ขับเคลื่อนร่วมกัน การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ  
 
สำหรับงาน ‘ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2023’ งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จัดขึ้นที่ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2566  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์