หุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่หนุน–ต่างชาติขายต่อเนื่อง-กำไร บจ. Q2 โตเพียง 4%

20 ส.ค. 2568 - 13:03

  • งบ Q2 ไม่สดใส กำไรจริงโตแค่ 4%

  • ต่างชาติขายยาว–เงินบาทอ่อน

  • การเมือง–เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังเปราะบาง

หุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่หนุน–ต่างชาติขายต่อเนื่อง-กำไร บจ. Q2 โตเพียง 4%

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยในรายการ FIRST UP ทางเพจ SPACEBAR ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาเริ่มขาดปัจจัยบวกใหม่ หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องถึงระดับ 1,280 จุด โดยปัจจัยเดิมอย่างการเจรจาการค้าสหรัฐฯ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของไทย และการประกาศงบการเงินไตรมาส 2 ได้สะท้อนเข้าราคาไปแล้ว ทำให้ดัชนีไม่สามารถปรับขึ้นได้ต่อเนื่องและพักฐานลง 4 วันติด

กำไร บจ. ไตรมาส 2 โตต่ำกว่าคาด

วทัญระบุว่า ภาพรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2/2568 เติบโตเพียง 8% แต่หากตัดรายการพิเศษ เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะ “หุ้นปูนใหญ่” SCC ที่มีกำไรพิเศษเข้ามาหนุน และไม่รวมกลุ่มพลังงานกับ ICT จะพบว่ากำไรจริงโตเพียง 4% เท่านั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “กลางถึงแย่”

ทั้งนี้เมื่อเจาะเป็นรายอุตสาหกรรม พบว่า

 • กลุ่ม ธนาคาร โต 4%

 • กลุ่ม ค้าปลีก ติดลบ 14%

 • กลุ่ม ท่องเที่ยว ติดลบ 13%

 • กลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ ติดลบ 23%

 • กลุ่ม เฮลท์แคร์ โตเพียง 5%

 • ขณะที่กลุ่ม สื่อ และ บรรจุภัณฑ์ ยังขาดทุน

ด้านประมาณการกำไรตลาด ปีนี้ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงต้นปีคาด 96–97 บาท/หุ้น ปรับลงเหลือเพียง 89 บาท/หุ้น หลังประกาศงบแล้วก็ยังทรงตัว ไม่ได้มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด

การเมือง–เศรษฐกิจในประเทศกดดัน

วทัญ กล่าวถึงอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดซบเซา คือความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งหาก คุณแพทองธาร ชินวัตร อยู่ต่อ ตลาดก็จะเคลื่อนไหว “เฉย ๆ” แต่หากเปลี่ยนตัว เช่นเป็น คุณชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 จากพรรคเพื่อไทย ตลาดก็ยังคงมองว่าไม่ต่างมากนักเพราะมาจากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากเป็น คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลาดอาจเข้าสู่โหมด Wait and See รอดูทิศทางนโยบายใหม่

นอกจากนี้ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยเองยังเผชิญความท้าทาย โดยจีดีพีครึ่งปีแรกโต 3% แต่ทั้งปีถูกประเมินเหลือเพียง 2% หมายความว่าครึ่งปีหลังจะโตเพียง 1% เท่านั้น อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ชัดเจนและยังไม่มีมาตรการใหม่ๆ ออกมา ทำให้ยังเป็นแรงกดดันหุ้นไทยอยู่

ต่างชาติขายต่อเนื่อง–เงินบาทอ่อน

นอกจากนี้ วทัญ เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง 2-3 วันติดต่อกัน จากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ขณะที่ตลาดโลกเริ่มกังวลท่าทีธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ว่าอาจไม่ลดดอกเบี้ยตามคาด หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) สูงกว่าคาด กดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐาน

กลยุทธ์ลงทุน: เน้นปันผล–รอจังหวะซื้อใหม่

วทัญมองว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ “โหมดพักฐาน” และยังไม่มีปัจจัยใหม่มาหนุน ดังนั้นนักลงทุนควร ทยอยทำกำไร (Take Profit) โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อต้นทุนต่ำ และรอจังหวะเข้าซื้อใหม่เมื่อดัชนีปรับฐานลงสู่บริเวณ 1,150–1,180 จุด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว ยังสามารถมองหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง โดยเฉพาะหุ้นธนาคารอย่าง SCB ซึ่งยังมีโอกาส Outperform ตลาด และกำลังเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์