หุ้นไทยไร้แรงขับ ‘เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยววืด’ บล.Pi ชี้ดัชนียังเสี่ยงอ่อนแรง

27 ส.ค. 2568 - 14:46

  • วิกฤตกระแสเงินทุน - ต่างชาติหนีหุ้นไทย

  • เศรษฐกิจไทยโตต่ำ - ท่องเที่ยวผิดหวัง

  • กลยุทธ์รอดวิกฤต - นักวิเคราะห์แนะทยอยขาย

หุ้นไทยไร้แรงขับ ‘เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยววืด’ บล.Pi ชี้ดัชนียังเสี่ยงอ่อนแรง

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ว่า ยังขาดปัจจัยหนุนชัดเจน ทั้งจากเศรษฐกิจในประเทศที่โตต่ำ ตัวเลขท่องเที่ยวผิดหวัง และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ชะลอตัว ขณะที่แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติยังต่อเนื่อง ทำให้ดัชนี SET ยังไม่เห็นปัจจัยบวกหนุนให้ปรับขึ้นแรง

ท่องเที่ยวต่ำคาด–ฉุดกำไรกลุ่มโรงแรม–ค้าปลีก

วทัญเปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม อยู่ที่ 21 ล้านคน หรือลดลงราว 7% เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิม ส่งผลให้ประมาณการทั้งปีอาจปิดที่เพียง 32–33 ล้านคน จากที่หลายฝ่ายหวังไว้ระดับ 38–39 ล้านคน สะท้อนแรงขับเคลื่อนด้านท่องเที่ยวต่ำกว่าที่คาด

“ผลกระทบเริ่มเห็นชัดจากผลประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก ไตรมาส 2/2568 กลุ่มโรงแรมมีกำไรติดลบ 13% ส่วนกลุ่มคอมเมิร์ซติดลบ 14% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์โตเพียง 4%” วทัญระบุ

ส่งออกไม่หนุนบริษัทจดทะเบียน

แม้ตัวเลขส่งออกครึ่งปีแรกขยายตัว แต่ไม่ได้สะท้อนเชิงบวกต่อบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกำไรลดลงถึง 37% YoY สะท้อนว่าการเร่งส่งออกส่วนใหญ่เกิดจากบริษัทต่างชาติที่ตั้งฐานการผลิตในไทย มากกว่าบริษัทจดทะเบียนไทยโดยตรง

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ–กำไรตลาดโตเพียง 4%

เมื่อรวมภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย ไตรมาส 2 โตเพียง 4% หากไม่รวมกลุ่มพลังงาน การประเมิน EPS ของตลาดหุ้นยังถูกปรับลดลงต่อเนื่อง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาด GDP ปี 2568 ขยายตัวเพียง 1.7% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาค

ต่างชาติขายสุทธิ–ปีนี้ไหลออกแล้วกว่า 7 หมื่นล้าน

วทัญชี้ว่า กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังไหลออกต่อเนื่อง ปีนี้ขายสุทธิสะสมกว่า 70,000 ล้านบาท และยังไม่เห็นปัจจัยที่จะดึงกลับเข้ามาอย่างยั่งยืน ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งอาจกดดันให้เกิดแรงขายเพิ่มขึ้น

“ต่างชาติอาจมีแรงซื้อกลับระยะสั้นตาม MSCI Rebalancing แต่ยังไม่เห็นเหตุผลที่จะกลับมาลงทุนไทยระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจโตต่ำ และหุ้นไทยเริ่มแพงเมื่อเทียบกับผลประกอบการ” วทัญกล่าว

มุมมองการเมือง–ชี้ตลาดรอความชัดเจน

ด้านปัจจัยการเมือง วทัญเห็นว่าตลาดจับตาการพิจารณาคดีนายกรัฐมนตรีในวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งหากได้ข้อยุติไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็จะสร้าง “ความชัดเจน” ต่อทิศทางการลงทุนในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหนุนพื้นฐานเศรษฐกิจ

กลยุทธ์ลงทุน–แนะทยอยลดพอร์ต

วทัญแนะนำให้นักลงทุนที่มีหุ้นในพอร์ตและมีกำไร ควรทยอยลดความเสี่ยง และรอจังหวะเข้าซื้อใหม่บริเวณ SET Index ราว 1,150 จุด ขณะที่ดัชนีปัจจุบันที่ระดับ 1,260 จุดถือว่ายังแพงเกินไป และไม่เชื่อว่าดัชนี SET Index จะปรับตัวขึ้นแรงทะลุ 1,280 จุด

“คนที่ติดหุ้นอยู่แล้วคงต้องถือต่อเพื่อรอรับเงินปันผล ส่วนคนที่ไม่มีหุ้นยังไม่จำเป็นต้องรีบซื้อ เพราะยังไม่เห็นปัจจัยหนุนที่ชัดเจน” วทัญให้ความเห็น

มองต่างประเทศ–จับตาหุ้นเฮลธ์แคร์สหรัฐฯ

ในต่างประเทศ วทัญแนะนำให้ติดตามหุ้นเฮลธ์แคร์สหรัฐฯ อย่าง Eli Lilly ซึ่งราคาปรับตัวลงแรงหลังผลการทดลองยาชุดหนึ่งไม่เป็นไปตามคาด มองว่าเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการสะสม ขณะที่ตลาดเวียดนามซึ่งปรับขึ้นแรงจนดัชนี VN Index เกือบแตะ 1,700 จุด มองว่าเป็นจังหวะ “ขายทำกำไร” มากกว่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์