ดาโอฯ ชี้หุ้นไทยแกว่ง แต่ยังมีลุ้นเดินหน้าต่อ จับตาคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ 29 ส.ค.

26 ส.ค. 2568 - 09:41

  • Fed จ่อลดดอกเบี้ย หนุนบรรยากาศตลาดโลก

  • จีนคลายกฎซื้อบ้าน-อสังหาฯ ฟื้น-หุ้น A-Share รับอานิสงส์

  • ศาล รธน. ชี้ชะตาการเมืองไทย 29 ส.ค. ดัชนีลุ้น 1,280 จุด

ดาโอฯ ชี้หุ้นไทยแกว่ง แต่ยังมีลุ้นเดินหน้าต่อ จับตาคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ 29 ส.ค.

มงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายงาน DAOL Daily Strategy ประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่ามีโอกาสเดินหน้าต่อ แม้จะยังผันผวน เนื่องจากปัจจัยหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจลดดอกเบี้ย ประกอบกับจีนกลับมาเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่บรรยากาศการลงทุนส่วนหนึ่งยังคงรอดูคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์นี้ (29 ส.ค.)

ปัจจัยต่างประเทศ

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อย หลัง Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.28% ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยของ Fed อาจชะลอออกไป

• ตลาดเงินรับแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลด ลิซา คุก กรรมการ Fed โดยทันที จากข้อกล่าวหาการปลอมเอกสารขอสินเชื่อ ส่งผลให้ Dollar Index, Bond Yield และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P500 ปรับตัวลดลง

• กระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะไต้หวันและเกาหลีใต้ ตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่อินเดียยังมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

• จีนประกาศ ผ่อนคลายกฎซื้อบ้านในเซี่ยงไฮ้ เพื่อพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา ซึ่งช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจจีน และเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น A-share

• ด้านภูมิรัฐศาสตร์ การหารือข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย–ยูเครนเริ่มมีความคืบหน้า แม้รัสเซียยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่อง หากบรรลุผลสำเร็จจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นยุโรปและไทยที่มีรายได้จากยุโรป

• นอกจากนี้ ตลาดยังจับตานโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ที่เตรียมขยายการเก็บภาษีนำเข้าในหลายสินค้า อาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม ยานยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และเฟอร์นิเจอร์

ปัจจัยในประเทศ

• การเมืองไทย ยังเป็นปัจจัยกดดัน โดยตลาดกำลังรอผลคำตัดสินคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีในวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาด หลังจากก่อนหน้านี้คำตัดสินคดี ม.112 ของนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาในเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุน

• การประชุม Thailand Focus 2025 จัดขึ้นระหว่าง 27–29 ส.ค. โดยมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมกว่า 76 บริษัท ซึ่งสถิติย้อนหลังพบว่าหลังจบงาน ตลาดหุ้นไทยมักฟื้นตัวได้

• MSCI Rebalance มีผลต่อราคาปิดวันนี้ (26 ส.ค.) โดย HMPRO และ OR ถูกถอดออกจากดัชนี Global Standard ขณะที่ HMPRO และ KTC ถูกเพิ่มเข้า Global Small Index

• FTSE Rebalance มีผลวันที่ 19 ก.ย. 2568 โดย CPAXT ถูกย้ายจาก Large Cap ไป Mid Cap ส่วน BGRIM และ SAWAD ถูกปรับลงไป Small Cap

• ขณะที่วันนี้ (26 ส.ค.) มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตลาดกำลังรอติดตามมาตรการเศรษฐกิจเพิ่มเติม

กลยุทธ์การลงทุน

มงคล ระบุว่า ดัชนีฯ มีแนวโน้ม กลับไปทดสอบระดับ 1,280 จุด ได้อีกครั้ง หากผลคำตัดสินการเมืองไม่ออกมาในเชิงลบมากนัก โดยกลยุทธ์หลักยังคงเป็น ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี พร้อมติดตามผลคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ 29 ส.ค. อย่างใกล้ชิด

หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ได้แก่

• PLANB, WHA, GUNKUL, TOP (จากโมเดลคัดหุ้นของดาโอฯ)

พอร์ตการลงทุนวันนี้ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดย นำ KCE ออก และเพิ่ม GLOBAL กับ RCL เข้ามาแทน ทำให้พอร์ตประกอบด้วย

• GLOBAL 20%

• RCL 10%

• SCB 10%

• THAI 10%

• DELTA 10%

• WHA 10%

• CRC 10%

• PLANB 10%

• MTC 10%

หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้: OSP, COCOCO

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์