การเดินทางของ ปตท. จากผู้บุกเบิกพลังงานไทย สู่ผู้นำความยั่งยืนระดับโลก

15 ต.ค. 2569 - 16:37

  • การค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยต่อยอดสู่ระบบท่อส่งและโรงแยกก๊าซฯ ลดการนำเข้า พร้อมสร้างฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เข้มแข็งให้ประเทศ

  • ยกระดับสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,416 แห่ง สู่ Mobility & Lifestyle Ecosystem ด้วย Café Amazon และบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

  • สร้างสมดุล Energy Trilemma ผ่านกลยุทธ์ C3 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050

การเดินทางของ ปตท. จากผู้บุกเบิกพลังงานไทย สู่ผู้นำความยั่งยืนระดับโลก

จากวันที่ประเทศไทยค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย สู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรม และวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่โจทย์ของพลังงานไม่ได้มีเพียงเรื่อง ‘มีใช้’ แต่ต้อง มั่นคง ราคาเหมาะสม แข่งขันได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอด 48 ปีของ ปตท. เส้นทางการเติบโตจึงไม่ได้สะท้อนเพียงพัฒนาการของบริษัทพลังงานแห่งหนึ่ง แต่ยังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและระบบพลังงานไทยในแต่ละยุค ตั้งแต่ยุค ‘โชติช่วงชัชวาล’ การขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การตอบโจทย์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

จาก ‘โชติช่วงชัชวาล’ สู่รากฐานพลังงานไทย

จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นจากการค้นพบ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งช่วยให้ไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

การมีก๊าซธรรมชาติในประเทศนำไปสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติและโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งแรกของไทย ทำให้ก๊าซที่ผลิตได้ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อผลิตพลังงาน แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของภาคการผลิตไทย และช่วยเชื่อมโยงทรัพยากรพลังงานเข้ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

เส้นทางดังกล่าวทำให้บทบาทของ ปตท. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาเชื้อเพลิง แต่ขยายไปสู่การสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานและอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

จากพลังงาน สู่ ‘เพื่อนร่วมเส้นทาง’ ของคนไทย

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป บทบาทของสถานีบริการน้ำมันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติมเชื้อเพลิง

ปัจจุบัน ปตท. มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน 2,416 แห่ง ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 และมีการขยายธุรกิจไปยัง 10 ประเทศทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าปลีกและบริการก็ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านร้านกาแฟ Café Amazon ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ ภายในสถานีบริการ จนเกิดแนวคิด Mobility & Lifestyle Ecosystem ที่ทำให้สถานีบริการกลายเป็นมากกว่าจุดเติมน้ำมัน

ในอีกด้านหนึ่ง ปตท. ยังมีบทบาทในการนำเสนอเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ในตลาดไทย ทั้งเบนซินไร้สารตะกั่ว แก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล สะท้อนการปรับตัวของธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อโจทย์พลังงานไม่ได้มีแค่ ‘มีใช้’ แต่ต้อง ‘ยั่งยืน’

วันนี้โลกพลังงานกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน ความมั่นคงของแหล่งจัดหา การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน รวมถึงแรงกดดันด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับ ปตท. แนวคิดสำคัญคือการสร้างสมดุลของ Energy Trilemma หรือ 3 โจทย์หลักของระบบพลังงาน ได้แก่

·     ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) ต้องมีพลังงานเพียงพอและมีความต่อเนื่อง

·     ความยั่งยืน (Sustainability) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

·     ราคาที่เหมาะสมและความสามารถในการแข่งขัน (Affordability & Competitiveness) ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานได้ในระดับราคาที่เหมาะสม พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โจทย์ทั้งสามด้านจึงต้องเดินไปพร้อมกัน เพราะการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการปรับโครงสร้างทั้งระบบ

C3 กลยุทธ์รับมือโลกพลังงานยุคใหม่

หนึ่งในแนวทางที่ ปตท. ใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านคือ C3 Strategy ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวทางสำคัญ

C1: Climate-Resilience

มุ่งพัฒนาธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและทิศทางพลังงานโลก

C2: Carbon Conscious

นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมเดินหน้าเทคโนโลยีลดและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS รวมถึงเทคโนโลยีไฮโดรเจน

C3: Coalition & Co-Creation

เพราะการลดคาร์บอนไม่สามารถทำได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ปตท. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการเพิ่มการดูดซับคาร์บอนผ่านการปลูกและฟื้นฟูผืนป่า

48 ปีต่อจากนี้ กับโจทย์พลังงานแห่งอนาคต

จากจุดเริ่มต้นที่ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เคยเป็นคำตอบสำคัญของประเทศในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน วันนี้โจทย์กำลังเปลี่ยนไปสู่การสร้างระบบพลังงานที่สามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายของ ปตท. จึงถูกวางไว้ที่การ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050

เส้นทางตลอด 48 ปีจึงอาจมองได้เป็นการเดินทางจาก “ผู้สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน” สู่บทบาทขององค์กรที่ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกพลังงานยุคใหม่

จาก ‘โชติช่วงชัชวาล’ ในวันวาน สู่โจทย์ ‘เปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน’ ในวันนี้ความท้าทายสำคัญของ ปตท. ไม่ได้อยู่เพียงว่าจะผลิตหรือจัดหาพลังงานได้มากแค่ไหน แต่คือการทำให้ พลังงานยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคง แข่งขันได้ และเดินหน้าไปพร้อมกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

AW-ai-Info-48 ปี ปตท.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์