ถือเป็นข่าวช็อกวงการธุรกิจสตรีมมิง เมื่อรีด เฮสติงส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงคอนเทนต์รายใหญ่ของโลก ได้ประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอแล้ว หลังจากช่วยรันธุรกิจมานานกว่า 25 ปี แต่จะขยับมาเป็นซีอีโอร่วม (Co-CEO) แทน เคียงข้างกับเท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) และ เกรก ปีเตอร์ส (Greg Peters) ซึ่งดำรงแหน่งซีอีโอร่วมเช่นกัน
ที่น่าแปลกใจคือ รีด เฮสติงส์ ตัดสินใจประกาศเรื่องนี้ในวันที่บริษัทเปิดเผยว่ามีผู้สมัครสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 7 ล้านรายในช่วงปลายปี 2022 ส่งผลให้ Netflix มียอดสมาชิกทั่วโลกมากถึง 223 ล้านราย เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตสวนกระแสการคาดการณ์ของเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้พอจะมีสัญญาณว่าเฮสติงส์จะสละเก้าอี้ซีอีโอให้เห็นอยู่บ้าง เช่น การแต่งตั้งเท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ขึ้นมาเป็นซีอีโอร่วมในปี 2021 และล่าสุดคือการดึงเกรก ปีเตอร์ส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งซีโอโอ (Cheif Operating Officer) ขึ้นมาทำงานร่วมกัน ในข้อความแถลงของเฮสติงส์ ก็ยังพูดถึงความเชื่อมั่นในตัวของทั้งสองคนที่ทำงานร่วมกันมากว่า 15 ปี
ปัจจุบัน Netflix ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมคอนเทนต์สตรีมมิง ทั้งในฐานะผู้ผลิต และจัดจำหน่ายคอนเทนต์ อีกทั้งอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อจัดฉายภาพยนตร์ Glass Onion ของผู้กำกับไรอัน จอห์นสัน ในโรงหนังอีกด้วย เป็นไปได้ว่า Netflix จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ Netflix ยังลงทุนในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งแม้จะไปไม่ได้สวยเท่าไหร่นัก แต่ก็น่าจับตาดูต่อไปว่าบริษัทภายใต้การบริหารของทีมใหม่ (สมาชิกเดิม) จะเป็นอย่างไรต่อไป
ที่น่าแปลกใจคือ รีด เฮสติงส์ ตัดสินใจประกาศเรื่องนี้ในวันที่บริษัทเปิดเผยว่ามีผู้สมัครสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 7 ล้านรายในช่วงปลายปี 2022 ส่งผลให้ Netflix มียอดสมาชิกทั่วโลกมากถึง 223 ล้านราย เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตสวนกระแสการคาดการณ์ของเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้พอจะมีสัญญาณว่าเฮสติงส์จะสละเก้าอี้ซีอีโอให้เห็นอยู่บ้าง เช่น การแต่งตั้งเท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ขึ้นมาเป็นซีอีโอร่วมในปี 2021 และล่าสุดคือการดึงเกรก ปีเตอร์ส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งซีโอโอ (Cheif Operating Officer) ขึ้นมาทำงานร่วมกัน ในข้อความแถลงของเฮสติงส์ ก็ยังพูดถึงความเชื่อมั่นในตัวของทั้งสองคนที่ทำงานร่วมกันมากว่า 15 ปี
ปัจจุบัน Netflix ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมคอนเทนต์สตรีมมิง ทั้งในฐานะผู้ผลิต และจัดจำหน่ายคอนเทนต์ อีกทั้งอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อจัดฉายภาพยนตร์ Glass Onion ของผู้กำกับไรอัน จอห์นสัน ในโรงหนังอีกด้วย เป็นไปได้ว่า Netflix จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ Netflix ยังลงทุนในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งแม้จะไปไม่ได้สวยเท่าไหร่นัก แต่ก็น่าจับตาดูต่อไปว่าบริษัทภายใต้การบริหารของทีมใหม่ (สมาชิกเดิม) จะเป็นอย่างไรต่อไป



