ววน. ปลุกพลังภาคใต้ สร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานทรัพยากรและนวัตกรรม
ภาคใต้กำลังเผชิญโจทย์ท้าทายสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรชายฝั่งเสื่อมโทรม และรายได้ของชุมชนที่ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติเริ่มเปราะบางมากขึ้น ขณะเดียวกัน พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของประเทศ และมีศักยภาพต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงได้อีกมหาศาล
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “จะอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้การอนุรักษ์สร้างรายได้ และการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ทำลายทรัพยากร” ซึ่งเป็นโจทย์ที่กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) กำลังเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพใหม่ และฟื้นฟูระบบนิเวศไปพร้อมกัน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้สะท้อนว่า วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องในห้องทดลอง แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ได้จริง ตั้งแต่กาแฟคุณภาพสูง สมุนไพร สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ไปจนถึงระบบเตือนภัยและการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง
ภายใต้วิสัยทัศน์ “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล” กองทุน ววน. กำลังวางรากฐานให้ภาคใต้ก้าวสู่ “New Growth Engine” ของประเทศ ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) อุตสาหกรรมชีวภาพ เศรษฐกิจฮาลาล และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในอนาคต

จากทรัพยากรสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของกองทุน ววน. คือการยกระดับทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ให้กลายเป็นสินค้าและบริการมูลค่าสูง ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงงานต้นแบบและห้องปฏิบัติการสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน GMP และ ISO17025 ภายในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา
โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพรไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจ รองรับอุตสาหกรรมสุขภาพ การแพทย์ อาหาร และอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงทั่วโลก
ขณะเดียวกัน งานวิจัยยังถูกนำไปต่อยอดสู่เศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น

- โครงการ Fine Robusta+ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพกาแฟและสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนกว่า 1.54 ล้านบาท
- การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก ที่สร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือน
- การพัฒนาปลาชะโอน ด้วยระบบ Bio-Floc ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกร

เมื่อการอนุรักษ์กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ไม่อาจแยกขาดจากการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพราะทรัพยากรเหล่านี้คือฐานสำคัญของอาชีพและความมั่นคงทางอาหาร
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ‘บ้านปลามีชีวิต’ นวัตกรรมชุมชนที่ผสานงานวิจัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จนกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นถึง 140% และรายได้ของชาวประมงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า
โมเดลดังกล่าวสะท้อนแนวคิดใหม่ของการพัฒนา ที่มองว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่ต้นทุนของเศรษฐกิจ แต่สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมได้ในระยะยาว
รับมือโลกเปลี่ยน ด้วยนวัตกรรมเพื่อชุมชน
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของภาคใต้คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งน้ำเค็มรุกล้ำ น้ำท่วม และภัยพิบัติที่เกิดถี่ขึ้น

กองทุน ววน. จึงสนับสนุนการพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนความเค็มและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ 7 วัน และกำลังพัฒนาให้คาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึง 6 เดือน รวมถึงการพัฒนาข้าวนาริมเลที่เหมาะสมกับพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ และชุดนวัตกรรมบริหารจัดการภัยพิบัติที่ช่วยให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาคใต้กับบทบาท New Growth Engine
ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มองว่าภาคใต้มีศักยภาพก้าวขึ้นเป็น “New Growth Engine” ของประเทศ จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่

หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงงานวิจัย ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พร้อมผลักดันนโยบาย Southern Wellness และเศรษฐกิจฮาลาลให้เป็นรูปธรรม
เมื่อมองภาพรวม ผลลัพธ์จากการดำเนินงานของกองทุน ววน. ในภาคใต้ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของโครงการวิจัย แต่กำลังชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ที่ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน
ภายใต้เป้าหมาย “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล” ภาคใต้จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ท่องเที่ยวหรือฐานทรัพยากรของประเทศอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่เติบโตบนฐานความยั่งยืนอย่างแท้จริง





