ปมร้อน Forex สะเทือน ‘สปาร์ก ดิจิทัล’ ปิดเว็บไซต์ หลังถูกโยงเส้นทางเงิน 28 ล้าน ‘ภาวุธ’ แจงพร้อมตรวจสอบ ยืนยันไม่เกี่ยวขบวนการหลอกลงทุน
ประเด็นธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนออนไลน์กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยพบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับหลายบริษัทและบุคคล ซึ่งหนึ่งในชื่อที่ปรากฏในแนวทางตรวจสอบ คือ บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด และมีข้อมูลธุรกรรมโอนเงินไปยัง ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จำนวน 28 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอยังไม่ได้สรุปว่าธุรกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากการกระทำผิด และบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยตามหลักกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบชัดเจน
‘สปาร์ก ดิจิทัล’ ปิดเว็บไซต์ หลังถูกจับตาเส้นทางเงิน
ล่าสุด บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ได้ปิดเว็บไซต์ของบริษัท (https://sparkdigital.biz/) ขณะที่ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ดีเอสไอกำลังตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจ Forex ที่มีลักษณะเข้าข่ายหลอกลงทุน
ข้อมูลจากการจดทะเบียนบริษัทระบุว่า บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเป็นตัวกลางในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ โดยมีกรรมการ 2 ราย ได้แก่ นางสาวชามา ปินตา และนางสาวพิมพ์พิชชา ไพศาลกุลวงศ์
สำหรับผลประกอบการล่าสุดตามงบการเงินปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 488.44 ล้านบาท หนี้สินรวม 438.84 ล้านบาท รายได้รวม 153.56 ล้านบาท รายจ่ายรวม 102.07 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 40.72 ล้านบาท
ทั้งนี้ ชื่อบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้ปรากฏในเอกสารแถลงอย่างเป็นทางการของดีเอสไอ และยังไม่มีการระบุว่าเป็นผู้ต้องหาหรือถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว
‘ภาวุธ’ แจงเงิน 28 ล้าน ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบ
ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังดีเอสไอเปิดเผยข้อมูล โดยระบุว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เคยดำเนินธุรกิจด้านออนไลน์ ระบบชำระเงิน และเทคโนโลยี รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลายประเภท
สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว ตัวเองได้ออกจากตำแหน่งกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว จึงไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทได้
ส่วนเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ถูกกล่าวถึง ภาวุธชี้แจงว่า คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading กับผู้ให้บริการผ่านตัวแทน (Broker) ซึ่งเป็นการลงทุนออนไลน์รูปแบบหนึ่ง โดยมีการฝากและถอนเงินจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง ก่อนจะหยุดลงทุนในเวลาต่อมา และผลการลงทุนในครั้งนั้นเป็น ‘การขาดทุน’
พร้อมระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นธุรกรรมในช่วงเวลาใด และมาจากบัญชีใด เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจากการแถลงข่าวอาจยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยพร้อมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
“ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน สแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใดๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสต่อสังคม” ภาวุธ กล่าว
จับตาความคืบหน้า หลังดีเอสไอเดินหน้าตรวจสอบ
สำหรับประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยสาระสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน ความเกี่ยวข้องของบริษัทต่าง ๆ และที่มาของเงินตามข้อมูลที่ปรากฏ
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจออนไลน์และการลงทุนยังถูกจับตามากขึ้น เนื่องจากปัญหาการหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม



