รัฐบาลเดินหน้าลุยจัดระเบียบแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มสูบ หลังพบปัญหาเอาเปรียบผู้ประกอบการ ทั้งการรีดค่าธรรมเนียม (GP) บังคับจัดโปรโมชัน และปิดกั้นการมองเห็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำทีมถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (18 ส.ค. 2569) ประกาศโรดแมป 3 ระยะ สางปัญหาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ตลาด
แกะรอยพฤติกรรมสุดแสบของแพลตฟอร์ม
ปัจจุบัน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการแล้วกว่า 20 คดี โดยพฤติกรรมที่เข้าข่ายเอาเปรียบ ได้แก่ บังคับใช้บริการขนส่งของแพลตฟอร์ม มัดมือชกให้เข้าร่วมแคมเปญลดราคาหรือโปรโมชัน แอบปรับขึ้นค่าธรรมเนียมหรือค่า GP สูงเกินความเหมาะสม ใช้อัลกอริทึม "ลดการมองเห็น" สินค้า หรือเลือกดันเฉพาะสินค้าของตัวเอง
กางแผน 3 ระยะ ทลายการผูกขาด
ระยะสั้น "งัดกฎหมายที่มี ฟันทันที" สั่งการให้ กขค. ใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จัดการขั้นเด็ดขาด หากพบแพลตฟอร์มใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบผู้ค้า จะมีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่ทำผิด (หรือทั้งจำทั้งปรับ) นอกจากนี้ กขค. เตรียมเปิดเผย "คำวินิจฉัยคดี" สู่สาธารณะผ่านราชกิจจานุเบกษา เพื่อความโปร่งใส
ระยะกลาง "ตั้งการ์ดป้องกันก่อนเกิดเหตุ" ผนึกกำลัง 4 หน่วยงานหลัก (กขค., สพธอ., สคบ., กระทรวงพาณิชย์) สร้างกติกาเชิงป้องกัน (Ex ante) เช่น การกำหนดให้แพลตฟอร์มต้อง "ขออนุญาต" หรือ "แจ้งล่วงหน้า" ก่อนจะปรับเปลี่ยนนโยบายหรือดำเนินการบางอย่างที่กระทบตลาด
ระยะยาว "คลอดกฎหมายใหม่ สร้างระบบนิเวศเปิด" ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้เป็นกฎหมายเฉพาะที่ทันเกมเทคโนโลยี พร้อมศึกษาและนำระบบ Open Commerce Network (OCN) มาใช้ เพื่อทลายกำแพงการผูกขาดข้อมูล และสร้างระบบนิเวศการค้าที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ยืนยันว่า กขค. เอาจริงกับเรื่องนี้ และกำลังเร่งรัดตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์ #BUSINESS #SPACEBAR




