เที่ยวไทยยั่งยืน! กรมอุทยานฯ เผย 10 อันดับอุทยานยอดนิยมปี 68 เดินหน้า Zero Food Waste

10 พ.ย. 2568 - 13:38

  • 10 อันดับอุทยานยอดนิยมปี 68 “หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” ครองแชมป์รายได้สูงสุด 648 ล้านบาท

  • อช.สิมิลัน รายได้เพิ่มกว่าปีก่อน 11.53% เน้นระบบ E-Ticket เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส ลดใช้กระดาษ

  • เดินหน้าสู่ Zero Food Waste ทุกอุทยานฯ เร่งแผนจัดการขยะอาหารตามนโยบายรองนายกฯ และ รมว.ทส. สร้างโมเดล “เที่ยวไทยไม่ทิ้งขยะ”

เที่ยวไทยยั่งยืน! กรมอุทยานฯ เผย 10 อันดับอุทยานยอดนิยมปี 68 เดินหน้า Zero Food Waste

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า กรมอุทยานฯ จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) ได้สูงถึง 2,208,128,028.86 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ถึง 8,399,101.87 บาท ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในการเดินทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

E-Ticket สะดวก โปร่งใส ลดใช้กระดาษ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ฯ​ เปิดเผยอีกว่า ได้เน้นย้ำมาตรการสำคัญ ได้แก่​ การนำระบบ E-Ticket มาใช้​ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และลดการใช้กระดาษในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม​ การปรับปรุงระบบจองที่พัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น​ การดูแลความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก​ ทบทวนและวางแผนมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว​ การยกระดับการบริการ​ มุ่งเน้นการให้บริการที่ได้มาตรฐานเพื่อความพึงพอใจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ

sustainable-thai-tourism-top-10-parks-2025-SPACEBAR-Photo01.jpg

ด้านอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ที่เพิ่งเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา​ พบว่า ในเดือนตุลาคม 2568 อุทยานฯ สิมิลัน จัดเก็บรายได้รวม 11,069,800 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เก็บได้อยู่ที่ 9,925,150 บาท คิดเป็นการเติบโต 11.53% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.14 ล้านบาท ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมในเดือนนั้น มีทั้งสิ้น 23,578 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 285 คน หรือเติบโต 1.2%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งปีงบประมาณ 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันสามารถจัดเก็บรายได้รวม 77,125,658 บาท เพิ่มขึ้นจากปี​ 2567 ที่ 7,120,180 บาท หรือเติบโต 8.45% และมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งปีอยู่ที่ 780,044 คน เพิ่มขึ้น 57,336 คน หรือเติบโต 7.93% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์

sustainable-thai-tourism-top-10-parks-2025-SPACEBAR-Photo02.jpg

10 อันดับอุทยานแห่งชาติปี 2568

สำหรับอุทยานแห่งชาติที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปีงบประมาณ 2568 ได้แก่

1. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี : 648,920,480 บาท 

2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน : 197,258,000 บาท 

3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ : 138,428,250 บาท 

4. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ : 131,210,638 บาท 

5. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด : 121,542,460 บาท 

6. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา : 115,150,150 บาท 

7. อุทยานแห่งชาติเขาสก : 99,807,806 บาท 

8. อุทยานแห่งชาติเอราวัณ : 93,746,395 บาท 

9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง : 45,391,920 บาท 

10. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา : 37,879,350 บาท 

นอกจากนี้ ทุกอุทยานฯ ทางทะเลได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้ โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล” ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว​ รวมถึงให้กำหนดแนวทางการสำรวจทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของสัตว์ทะเลหายาก และการติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน​ รวมถึงการจัดการขยะทะเลที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลด้วยเช่นกัน​

โมเดล “เที่ยวไทยไม่ทิ้งขยะ”

ที่สำคัญอีกประการคือ ทุกอุทยานฯ ทั้งทางบกทางทะเลจะต้องดำเนินตามนโยบายเร่งด่วนของรองนายกฯ เรื่องการจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร (Zero​ Food Waste) เพื่อเป้าหมาย “ประเทศไทยไร้ขยะอาหาร” ซึ่งมีคำสั่งให้ทุกอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศจัดทำแผนปฏิบัติการกำจัดขยะ ในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ​ไปก่อนนี้แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์