รชต ลีลาประชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGPRO ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อสแตนเลส ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘TGPRO’ เผย บริษัทมีการลงทุนในบริษัท เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเรือนเพาะชำ โดยเป็นการต่อยอดธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อสเตนเลส ในการสร้างโรงเรือนเพาะปลูกด้วยวัสดุที่คุณภาพ มีความทนทาน มาตรฐานระดับโลก
และจากคุณสมบัติสเตนเลส ซึ่งทนการกัดกร่อนมากกว่าเหล็ก อายุการใช้งานยืนยาวกว่า อีกทั้งไม่เป็นสนิมและไม่มีผลร้ายต่อผลิตผลที่ได้ อันรวมไปถึงการปลูกและจำหน่ายสินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์ ‘FUJI MEIJI’ ด้วย ดังนั้น ‘เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม’ จึงมีความพร้อมในการร่วมมือทางธุรกิจกับ ‘แคนนาเจน’ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการเพาะปลูกกัญชง เพื่อร่วมกันดำเนินการ เพาะปลูก ผลิต และ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่อดอกกัญชงมาตรฐาน Medical-Grade แบบครบวงจร รวมถึงนำผลผลิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ โดยการสร้างโรงเรือนพร้อมระบบการจัดการแบบสมาร์ทฟาร์ม
“บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท แคนนาเจน จำกัด ด้วยความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมกันพัฒนากัญชงสายพันธุ์ใหม่ให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศ เพิ่มผลการผลิต ลดความสูญเสียในการเพาะปลูก รวมถึงการเพิ่มมาร์จิ้นจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม” รชต กล่าว
รชต กล่าวด้วยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจ เนื่องตลาดกัญชง-กัญชาในประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เวชภัณฑ์สำหรับการแพทย์ทางเลือกและเครื่องสำอาง มูลค่าตลาดตั้งแต่ต้นน้ำถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ รวมกว่า 28,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 7,500 ไร่ และสัดส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันสกัดกัญชา-กัญชงถึง 1,383 ล้านบาท สำหรับราคาช่อดอกกัญชง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 8,000 บาทต่อกิโลกรัม
ดังนั้น ในความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัทจึงคาดว่า จะสามารถเพาะปลูกกัญชง Medical-Grade ได้ประมาณ 80,000 ต้นภายในระยะเวลา 2 ปี และสามารถแปรรูปเป็นช่อดอกกัญชงตากแห้งเพื่อจัดจำหน่ายไปยังอุตสาหกรรมได้ถึง 6,400 กิโลกรัม ซึ่งสำหรับเฟสแรก คาดว่า จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทย่อยได้ประมาณ 120 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้ในปี 2566
และจากคุณสมบัติสเตนเลส ซึ่งทนการกัดกร่อนมากกว่าเหล็ก อายุการใช้งานยืนยาวกว่า อีกทั้งไม่เป็นสนิมและไม่มีผลร้ายต่อผลิตผลที่ได้ อันรวมไปถึงการปลูกและจำหน่ายสินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์ ‘FUJI MEIJI’ ด้วย ดังนั้น ‘เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม’ จึงมีความพร้อมในการร่วมมือทางธุรกิจกับ ‘แคนนาเจน’ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการเพาะปลูกกัญชง เพื่อร่วมกันดำเนินการ เพาะปลูก ผลิต และ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่อดอกกัญชงมาตรฐาน Medical-Grade แบบครบวงจร รวมถึงนำผลผลิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ โดยการสร้างโรงเรือนพร้อมระบบการจัดการแบบสมาร์ทฟาร์ม
“บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท แคนนาเจน จำกัด ด้วยความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมกันพัฒนากัญชงสายพันธุ์ใหม่ให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศ เพิ่มผลการผลิต ลดความสูญเสียในการเพาะปลูก รวมถึงการเพิ่มมาร์จิ้นจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม” รชต กล่าว
รชต กล่าวด้วยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจ เนื่องตลาดกัญชง-กัญชาในประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เวชภัณฑ์สำหรับการแพทย์ทางเลือกและเครื่องสำอาง มูลค่าตลาดตั้งแต่ต้นน้ำถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ รวมกว่า 28,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 7,500 ไร่ และสัดส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันสกัดกัญชา-กัญชงถึง 1,383 ล้านบาท สำหรับราคาช่อดอกกัญชง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 8,000 บาทต่อกิโลกรัม
ดังนั้น ในความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัทจึงคาดว่า จะสามารถเพาะปลูกกัญชง Medical-Grade ได้ประมาณ 80,000 ต้นภายในระยะเวลา 2 ปี และสามารถแปรรูปเป็นช่อดอกกัญชงตากแห้งเพื่อจัดจำหน่ายไปยังอุตสาหกรรมได้ถึง 6,400 กิโลกรัม ซึ่งสำหรับเฟสแรก คาดว่า จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทย่อยได้ประมาณ 120 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้ในปี 2566

อารัจ โคมสวัสดิชัย ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท แคนนาเจน จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาอีกขั้นของทั้งสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญการก่อสร้างโรงเรือนแบบสมาร์ทฟาร์ม และผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกกัญชงมาตรฐานสากล ซึ่งบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม ในการเข้าปรับปรุงพื้นที่ รวมถึงการจัดทำสูตรดูแลกระบวนการเพาะปลูกกัญชงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อให้ได้ผลผลิตตามมาตรฐาน Medical-Grade พร้อมจำหน่ายและส่งออกไปยังฐานลูกค้ากลุ่มบริษัทที่มีความต้องการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และเครื่องสำอางต่อไป
ขณะที่ ภาพรวมตลาดกัญชา-กัญชง มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 1.039 แสนล้านสหรัฐฯ ในปี 2567 ซึ่งแบ่งสัดส่วนตลาดเพื่อการแพทย์ราวร้อยละ 60 ของมูลค่าตลาด ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าจะการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นการสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้กับความร่วมมือในครั้งนี้ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ขณะที่ ภาพรวมตลาดกัญชา-กัญชง มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 1.039 แสนล้านสหรัฐฯ ในปี 2567 ซึ่งแบ่งสัดส่วนตลาดเพื่อการแพทย์ราวร้อยละ 60 ของมูลค่าตลาด ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าจะการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นการสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้กับความร่วมมือในครั้งนี้ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย




