เครือสหพัฒน์ จับมือDAISHOGUN BURGER เบอร์เกอร์เนื้อวากิว แชมป์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในไทย ส่วนตลาดเบอร์เกอร์ยังเป็นของ 2 รายใหญ่ แมคโดนัลด์ และเบอร์เกอร์คิง
นายไทกิ ฮอนดะ ผู้ก่อตั้งเบอร์เกอร์เนื้อวากิวจากประเทศญี่ปุ่น แบรนด์ SHOGUN BURGER ภายใต้บริษัท GANESHA (กาเนชา) ซึ่งเป็นแฮมเบอร์เกอร์ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในการแข่งขัน Japan Burger Championship ปี 2022 และคว้า อันดับ 6 ของโลก จาก World Burger Championship ในปีเดียวกัน ร่วมกับบริษัท สห โอชา จำกัด ในเครือสหพัฒน์ เปิดตัว DAISHOGUN BURGER (ไดโชกุน เบอร์เกอร์) ร้านเบอร์เกอร์วากิวชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นในโครงการ คิงสแควร์ พระราม 3
งานเปิดตัวแสดงให้เห็นความเป็นญี่ปุ่น และได้ลิ้มลองรสชาติของเบอร์เกอร์สายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ โดยมีเมนูเด่นคือโชกุนเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์ชีสเนื้อวากิวญี่ปุ่นแท้ ซึ่งเนื้อวากิวนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมขนมปังอบสดใหม่ และซอสสูตรพิเศษแบบ Japanese Style ที่ทั้งเข้มข้นและกลมกล่อม

ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ Loft เพื่อสะท้อนความสนุก ความทันสมัย และเอกลักษณ์ของแบรนด์ ให้เข้าถึงง่ายทั้งกลุ่มวัยรุ่นและคนรักอาหารญี่ปุ่น โดย SHOGUN BURGER มีสาขาแล้วกว่า 19 แห่งในญี่ปุ่น และอีก 1 แห่งในเซี่ยงไฮ้ ไทยถือเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสาขาในต่างประเทศจะดำเนินการภายใต้ชื่อ 'DAISHOGUN BURGER' โดยคำว่า 'DAISHOGUN' สืบเนื่องจากชื่อร้านเนื้อย่างยากินิคุของต้นตระกูล ไทกิ ฮอนดะ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น

นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห โอชา จำกัด ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายในการนำนวัตกรรมอาหารและแบรนด์คุณภาพจากทั่วโลกมามอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทย DAISHOGUN BURGER ไม่ใช่เพียงร้านเบอร์เกอร์ แต่คือการนำวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นมาเชื่อมต่อกับผู้คนผ่านความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร หลังจากเปิดให้บริการสาขาแรกแล้ว มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ตลาดที่เติบโตท่ามกลางการแข่งขันสุดเดือด
ตลาดแฮมเบอร์เกอร์ไทยมูลค่า 10,000 ล้านบาทต่อปี เป็นเซกเมนต์ที่สองของตลาดอาหารจานด่วน (QSR) ที่มีมูลค่ารวม 47,000 ล้านบาท รองจากตลาดไก่ทอดที่ใหญ่กว่าเกือบสามเท่าที่ 27,000 ล้านบาท อัตราการเติบโต 3% ต่อปี แม้จะดูไม่สูงมาก แต่ความมั่นคงของการขยายตัวและศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้เต็มที่ ทำให้ตลาดนี้ยังน่าสนใจ
การเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว 18-35 ปี กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก การมีร้านสะดวกซื้อกว่า 14,000 สาขาที่ขายแฮมเบอร์เกอร์ และการเติบโตของ Cloud Kitchen ที่คาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 15.65% ต่อปี กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการแข่งขัน
อนาคตของสงครามแฮมเบอร์เกอร์ไทย
ตลาดแฮมเบอร์เกอร์ไทยในปี 2025 แมคโดนัลด์เตรียมลงทุน 700 ล้านบาทเพื่อเปิดสาขาใหม่ 20 แห่งและปรับปรุงสาขาเดิม 25 แห่ง ขณะที่เบอร์เกอร์คิงกำลังเร่งการฟื้นตัวด้วยการพัฒนาเมนูให้เข้ากับผู้บริโภคมากขึ้น
ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่รองลงมา ต่างก็หาจุดแข็ง และจุดขายของตัวเอง เพื่อให้มีส่วนแบ่งในธุรกิจนี้




