ประเด็นพลังงานกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าและพลังงานที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ และการตัดสินใจลงทุนของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ด้วยเหตุนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงเข้าหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยมุ่งลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการพลังงาน นำคณะกรรมการสายงานความยั่งยืนเข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน - เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงาน

ดร.พจน์ กล่าวว่า พลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติของการดึงดูดการลงทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในการหารือครั้งนี้ หอการค้าไทยได้เสนอแนวทางปฏิรูปพลังงาน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน” หรือ กรอ.พลังงาน เพื่อเป็นกลไกกำหนดทิศทางนโยบายและแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบ การผลักดันโครงการ “Solar คนละครึ่ง Plus” และ Solar for All เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังเสนอการส่งเสริม Smart Solar Farming เพื่อลดต้นทุนภาคเกษตร การผลักดันระบบ Net Billing และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการ MSMEs ที่ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเปิดเสรีตลาดพลังงานผ่านระบบ Third Party Access (TPA) และ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยผลักดันให้ E20 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาตรฐานของประเทศ พร้อมส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเฉพาะใบอ้อยและกากอ้อย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน

ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเห็นด้วยกับแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการจัดตั้ง กรอ.พลังงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมสนับสนุนแนวคิดการบริหารจัดการและรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเห็นชอบในหลักการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง ใบอ้อย และกากอ้อย มาผลิตไฟฟ้าชีวมวล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ภาคเกษตร ลดต้นทุนพลังงาน และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมองว่า การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเอื้อต่อการเข้าถึงพลังงานสะอาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทยในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก





