รัฐเร่งคุมค่าครองชีพ ฝ่าวิกฤตโลก เปิด ‘ไทยช่วยไทย’ ลดราคากว่า 1,000 รายการ
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งจากปัจจัยด้านพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และการขนส่งระหว่างประเทศ สิ่งที่ประชาชนรู้สึกได้ชัดที่สุดคือ “ค่าครองชีพ” ที่เพิ่มสูงขึ้น
รัฐบาลจึงต้องขยับเร็ว และ ‘ลงลึก’ มากขึ้น
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในเวที “MEET The Press: 1 เดือน วิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วางมาตรการรับมือแบบครบวงจร เพื่อดูแลทั้ง ‘ราคา-รายจ่าย-รายได้’ ของประชาชนในช่วงที่ต้นทุนสินค้าถูกกดดันจากพลังงานและสถานการณ์โลก
ลดค่าครองชีพทันที ผ่าน ‘ไทยช่วยไทย’
มาตรการที่ประชาชนจะเห็นผลเร็วที่สุด คือโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคา รวมกว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 50% และเฉลี่ยอยู่ที่ 25–50%
สินค้าเหล่านี้จะกระจายไปทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชน “เข้าถึงของจำเป็นในราคาที่จับต้องได้” ในช่วงที่รายจ่ายยังสูง

คุมราคาสินค้าเข้มขึ้น ตรวจทั่วประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์เร่ง “คุมราคา” อย่างจริงจังมากขึ้น
ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 59 รายการ และกำลังพิจารณาเพิ่มรายการเร็วกว่าปกติ เพื่อให้ครอบคลุมสินค้าจำเป็นมากขึ้น โดยสินค้าบางประเภทจะต้อง
• ขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา
• แจ้งข้อมูลราคาและปริมาณล่วงหน้า
เพื่อให้รัฐสามารถตรวจสอบต้นทุนและป้องกันการปรับราคาที่ไม่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าและสถานประกอบการแล้วกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 400 เรื่อง โดยดำเนินการแก้ไขไปแล้วมากกว่าครึ่ง
มาตรการนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ “ทำให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค”
ดูแลราคาข้าวแกง ลดต้นทุนร้านอาหาร
อีกหนึ่งจุดที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง คือ ‘อาหารสำเร็จรูป’ โดยเฉพาะข้าวแกงและอาหารตามสั่ง กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมเข้าไปช่วย ‘ลดต้นทุนวัตถุดิบ’ ให้กับร้านอาหาร โดยจัดหาสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาล ในราคาพิเศษ
โครงการนี้จะเริ่มนำร่องใน 24 พื้นที่ รวม 48 ครั้ง ก่อนขยายผลในระยะต่อไป เพื่อช่วยให้ร้านอาหาร ‘ไม่จำเป็นต้องขึ้นราคา’ มากเกินไป และประชาชนยังสามารถเข้าถึงอาหารในราคาที่เหมาะสม
แก้ปัญหาสินค้าค้างทาง ลดความเสี่ยงขาดแคลน
นอกจากเรื่องราคาแล้ว ‘ปริมาณสินค้า’ ก็เป็นอีกโจทย์สำคัญ ปัจจุบันมีสินค้าบางประเภทติดค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ
• ปุ๋ย (มีเรือค้างอยู่ 5 ลำ)
• น้ำมันเชื้อเพลิง
• วัตถุดิบปิโตรเคมี
สถานการณ์นี้อาจกระทบต่อปริมาณสำรองในประเทศในระยะถัดไป
กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหา พร้อมทั้งปรับแนวทาง เช่น การส่งเสริม “การใช้ปุ๋ยสูตรใหม่” เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า
หาตลาดใหม่ พยุงการส่งออกไทย
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลยังเดินหน้าหาตลาดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยมีการหารือกับประเทศในแอฟริกาและลาตินอเมริกา พร้อมสั่งการทูตพาณิชย์ทั่วโลกให้เร่งขยายโอกาสทางการค้า
แม้บางตลาด เช่น ตะวันออกกลาง จะได้รับผลกระทบด้านการขนส่ง ทำให้การส่งออกล่าช้า แต่ยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาคส่งออกไทย





