ทำเนียบรัฐบาล (25 มีนาคม 2569) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการบูรณาการร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 5 - 24 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 2,726 แห่ง แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง ตลาดห้างค้าปลีก 57 แห่ง
ตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำความผิดคือไม่ปิดป้ายประกาศราคาสินค้า โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 รวมทั้งสิ้น 372 คำร้อง ตรวจพบไม่ติดป้ายราคา 14 ราย ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย ติดป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด 119 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 235 คำร้อง และมีการร้องเรียนอีก 33 คำร้อง ที่จำหน่ายสินค้าเกินราคาสมควร ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ราคาต้นทุนตามข้อเท็จจริง และจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และส่วนกลางรวมถึงผู้บริหาร เพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งราคาและปริมาณสินค้าในตลาด พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อที่จะปรับมาตรการให้สอดคล้องในการให้ความช่วยเหลือลดค่าครองชีพ และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยพบ 2 ส่วน คือส่วนแรกปริมาณสินค้าตรวจพบว่ามีความเพียงพอ และส่วนที่ 2 ระดับราคาสินค้าอยู่ในระดับทรงตัว โดยเฉพาะอาหารจานเดียวก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แต่ก็มีในส่วนที่ปรับเพิ่มตามโครงสร้างของราคาสินค้า เนื้อสุกร ไก่ ไข่ไก่ ปรับขึ้นตามต้นทุน ทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบ
ขณะที่บรรจุภัณฑ์ ถุงพลาสติก ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ มีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศประชาชนและต้นทุน โดยขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าธงฟ้าให้มากขึ้น และการลดต้นทุนมีมาตรการธงเขียว ลดราคาปุ๋ย โดยจะทำงบประมาณให้มากขึ้น และความถี่มากขึ้น มีการขยายพื้นที่มากขึ้น
และอีกส่วนคือ "ไทยช่วยไทย" เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเข้าด้วยกันเพื่อที่จะนำเสนอสินค้า และมาตรการกำกับดูแลเจรจาเพื่อตรึงราคาสินค้าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าและต้นทุนนั้นสูงเกินไป
“โดยในวันนี้ (25 มี.ค.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาสินค้าควบคุมเพิ่มอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนซึ่งจากเดิมมี 59 รวมเป็น 71 รายการ”
“นอกจากนี้สินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวม 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู ซึ่งหากได้รับการอนุมัติภายใต้กกร. ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคมนี้”
เมื่อถามว่ามีบางพื้นที่ปรับขึ้นของราคาสินค้า แต่ในกระทรวงพาณิชย์อาจยังไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างทั่วถึง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น หากดูในตลาดจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนอาหารสด เช่น ไก่ หมู เพิ่มประมาณ 10 บาท เกิดจากราคาโครงสร้างราคาต้นทุนเช่น พลังงาน และค่าขนส่ง
ส่วนที่ 2 น้ำมันขวด มีอยู่ 2 ระดับ ระดับที่ 1 คือระดับที่เพิ่มขึ้นตามยี่ห้อ และระดับที่ 2 คือ คุณภาพคงเดิม แต่ราคาที่ได้ระดับ 40-50 บาท และส่วนที่ 3 คือ เกิดขึ้นจากต้นทุนของเม็ดพลาสติก คือถุง ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือเงินเฟ้อ และมาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คือการลดค่าครองชีพ
เปิดสายด่วน 1569 รับร้องเรียนด้านราคาสินค้า บังคับเข้มกฎหมายหากพบกระทำผิด
วันเดียวกัน ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านสายด่วน 1569 โดยในช่วงวันที่ 1 – 24 มีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนสะสมรวม 372 คำร้อง แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 70 คำร้อง และต่างจังหวัด 302 คำร้อง
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า จากจำนวนดังกล่าว ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว 137 คำร้อง และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 235 คำร้อง โดยพบการกระทำผิดรวม 18 ราย แบ่งเป็นไม่ปิดป้ายแสดงราคา 14 ราย จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง 3 ราย และปิดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจน 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร้องเรียนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรจำนวน 33 คำร้อง โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 คำร้อง และต่างจังหวัด 30 คำร้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
รองโฆษกรัฐบาล ย้ำว่า แม้ผู้ประกอบการบางส่วนจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์พลังงาน แต่ต้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบพฤติกรรมไม่เป็นธรรม เช่น ไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง หรือจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง
รัฐบาลเดินหน้าดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการกำกับดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มงวด”




